วตาดูซับซ้อนมาก ท้ายที่สุดเขาก็เอ่ยปากบอกเหตุผลที่ทำร้ายคนอื่น
“อุดมการณ์แตกต่างกันก็ร่วมงานกันไม่ได้? อุดมการณ์แตกต่างกันก็ร่วมงานกันไม่ได้?” อู่จย่งหัวเราะขึ้นมา “ที่แท้พวกเราร่วมมือกันอย่างสนิทสนมมาสิบห้าปี สุดท้ายก็ได้รับแค่คำตอบนี้เท่านั้นเนี่ยนะ นายมีอุดมการณ์อะไรที่แตกต่างกับพวกเรากันแน่?” อู่จย่งเก็บรอยยิ้ม แล้วมองไปทางเยี่ยซวี่อย่างเย็นชา
“ฉันจะไม่ก้มหัวให้ใคร” เยี่ยซวี่ตอบกลับ
อู่จย่งได้ยินคำกล่าวก็ตบหน้าอกโดยพลัน จากนั้นก็เอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “สิบห้าปีมานี้ฉัน อู่จย่งไม่เคยเห็นนายเป็นลูกน้อง ถ้าเกิดนายอยากเป็นหัวหน้าทีม นายก็สามารถทำได้” ตอนแรกที่ก่อตั้งหน่วยรบ เขาเคยถามเยี่ยซวี่แล้วว่า เขาอยากเป็นหัวหน้าทีมหรือไม่ แต่เยี่ยซวี่ปฏิเสธทันที บอกว่าไม่สนใจ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสาเหตุที่เขาหักหลังเนี่ยนะ? ในใจอู่จย่งรู้สึกยอมรับไม่ได้
เมื่อเผชิญหน้ากับความเดือดดาลของอู่จย่ง เยี่ยซวี่ก็หลุบตาลง “ฉันจะไม่ก้มหัวให้ใคร นี่ไม่ได้พูดถึงนาย”
ม่านตาของอู่จย่งหดลง “นายหมายถึงลูกพี่เหรอ?”
เยี่ยซวี่เงยหน้าขึ้น แววตาที่คมกริบส่องประกายแวบหนึ่ง “ใช่ ถ้าฉันอยู่กับพวกนาย ต่อให้หน่วยรบแข็งแกร่ง