มิตรกับอีกฝ่ายเท่านั้น”
คำพูดของเหลยอี้หมิงทำให้เพื่อนของเขาอีกสองอึ้งทึ่ง จ้องมาสามปีถึงค่อยเจอเป้าหมาย เสียแรงไปมากขนาดนี้ สุดท้ายแค่อยากเป็นมิตรกันเท่านั้นเนี่ยนะ…ความต้องการของเหลยอี้หมิงต่ำขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
เหลยอี้หมิงเห็นเพื่อนสนิททั้งสองคนใกล้จะตาถลนแล้ว เขาก็หัวเราะลั่นขึ้นมาทันที “ฮ่าๆๆ ดูท่าทางโง่ๆ ของพวกนายสิ…เรื่องที่ผู่จวินมองออก ฉันจะมองไม่ออกได้ยังไง?”
เขาเก็บรอยยิ้มแล้วแค่นเสียงเย็นกล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าคนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งจะสร้างกลุ่มขึ้นมาเองในกองทัพที่ยี่สิบสาม เนื่องจากฮั่วเจิ้นอวี่ไม่ได้อยู่ในกองบัญชาการ ก็เลยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรกันแน่ แต่พวกจ้าวจวิ้นน่าจะกำลังรอเขาอยู่นะ” เหลยอี้หมิงชี้ไปยังเด็กหนุ่มเคร่งขรึมเย็นชาที่ก้าวเข้ามาในยานรบของพวกเขา
คำพุดของเหลยอี้หมิงทำให้พานจวินอันใจกระตุก เขาเอ่ยอย่างเข้าใจแล้วว่า “ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง…”
เมิ่งจื่ออวิ๋นยังคงไม่เข้าใจอยู่ชั่วขณะ “พวกนายกำลังพูดอะไรกันแน่เนี่ย? อย่าทำให้มันลึกลับซับซ้อนขนาดนี้ได้หรือเปล่า?” กีดกันขุนพลที่มีความคิดตื้นๆ อย่างเขาเหรอ? บัดซบ!
พานจวินอันรีบปลอบพลางยิ้มละไม เขาอธิบาย