ำพูดประโยคนี้ของเขาดูโง่เง่ามากเกินไปแล้ว
“กองทัพที่สิบห้าเป็นตัวเลือกของลูกหลานตระกูลอู่มาโดยตลอด ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่านายจะไปที่นั่น” หลิงหลานวางถ้วยชาในมือไว้บนโต๊ะชาที่อยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเฉยชา แล้วถูมือทั้งสองข้างครู่หนึ่งถึงค่อยพูดว่า “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ไว้นายกับฉันกลายเป็นระดับสูงของกองทัพ ก็มีโอกาสร่วมมือกันได้แล้ว”
แววตาของอู่จย่งเปล่งประกาย ใช่แล้ว แยกจากกันไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่มีโอกาสร่วมมือกับลูกพี่สักหน่อย
“ดังนั้น นายก็พยายามเลื่อนยศเข้าละ อย่าให้ฉันเป็นทหารที่นำทัพตัวเอง แต่ว่าหาคนที่จะร่วมมือไม่เจอ” หลิงหลานเงยหน้ามองอู่จย่ง แววตาอ่อนลงไม่ได้คมกริบ แต่ว่ามอบแรงกดดันให้อู่จย่งมากยิ่งขึ้น เขารู้ว่าไอพลังบนร่างหลิงหลานเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งอย่างยิ่งในชั่วพริบตานั้น ทำให้เขาไม่กล้าเมิน และอู่จย่งในตอนนี้ไม่มีความรู้สึกเสียใจที่ต้องจากลากันแม้แต่น้อย มีเพียงความใจร้อนเท่านั้น เขากลัวว่าตัวเองทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหลิงหลานไม่ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
“เข้าใจแล้ว ลูกพี่ ไว้นายต้องการฉัน ฉันจะปรากฏตัวมาแน่ๆ” อู่จย่งยืนตัวตรงตอบอย่างหนักแน่น นี่เป็นคำต