นแรงเกินไป…”
เซี่ยหลิ่งกล่าวถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือขวาไปลูบหน้าผากของเซี่ยอี๋อย่างอาลัยอาวรณ์ “แต่เซี่ยอี๋ที่ใจดีสดใสร้อนแรงก็เป็นคนที่เกิดมารในใจง่ายที่สุดด้วย ผนึกจะต้องโดนทำลายแน่นอน เวลานั้นพ่อหวังแค่ว่าลูกสามารถวางความแค้นทุกอย่างไว้ที่ตัวพ่อคนนี้ และอยู่ร่วมกับเซี่ยอี๋ที่ร้อนแรงดีๆ พ่อเชื่อว่าเซี่ยอี๋ที่ร้อนแรงจะต้องยอมอยู่แล้ว”
สีหน้าของเซี่ยหลิ่งดูเหมือนหวนคิดถึงและก็มีความโศกเศร้า เขานั่งนิ่งแบบนี้อยู่หลายนาที เมื่อรู้สึกได้ว่าเซี่ยอี๋ร้องไห้อุแว้ๆ เสียงดังอย่างไม่ยอมแพ้ เขาถึงค่อยได้สติกลับมาแล้วรีบอุ้มเซี่ยอี๋ขึ้นมากล่อม…
หลิงหลานยื่นมือขวาออกมาดีดนิ้วฉับพลัน ภาพเบื้องหน้าก็หายไปทันที วินาทีต่อมา พวกเขาปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งในโลกปิดผนึกที่บุคลิกด้านมืดใช้ชีวิตอยู่มาตลอด โลกที่เงียบสงัดมืดมนน่าหดหู่แห่งนั้น
“นี่คือความจริงงั้นเหรอ? เสียสละฉันเพื่อให้เขามีชีวิตรอดต่อไป?” สีหน้าของบุคลิกด้านมืดดูเย็นเยียบ แววตาแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวราง ๆ เขารู้สึกว่ามันน่าขำมาก พ่อของเขาถึงกับทอดทิ้งเขาที่แข็งแกร่งกว่าเพื่อบุคลิกที่แยกออกมา
“อันที่จริง พ่อของนายเข้าใจลูกตัวเองดีจริ