น้าเดี๋ยวอ่อนโยน เดี๋ยวดุดัน เขารู้สึกแปลกประหลาดสุดขีด ทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกขนพองสยองเกล้า
‘เคร้ง!’ เซี่ยอี๋บังคับแขนหุ่นรบข้างหนึ่งให้ยกดาบเป็นแนวขวาง สกัดดาบยักษ์ที่โจมตีมาอย่างสบายๆ ครั้งนี้หุ่นรบของเซี่ยอี๋หยุดนิ่งไม่ไหวติง หุ่นรบสองตัวชะงักงันเช่นนี้เอง
“นายบอกว่าร่วมมือกัน” เซี่ยอี๋อ้าปากพึมพำกับตัวเอง แววตาของเขาเย็นเยียบ เสียงก็เย็นชามาก
“ใช่แล้ว ร่วมมือกัน ไว้เอาชนะคู่ต่อสู้ได้แล้ว พวกเราค่อยมาตัดสินแพ้ชนะกัน” เวลานี้เอง สีหน้าของเซี่ยอี๋ก็มีรอยยิ้มอ่อนโยน เสียงเต็มไปด้วยความแจ่มใส ราวกับความรู้สึกเย็นชาอำมหิตก่อนหน้านี้เป็นเพียงการคิดไปเองเท่านั้น
“ได้ พูดแล้วไม่คืนคำ” เสียงของเซี่ยอี๋เปลี่ยนเป็นเย็นชาอีกครั้ง
“พูดแล้วไม่คืนคำ” เสียงสดใสที่ดังมาดูเด็ดเดี่ยวแน่วแน่เป็นพิเศษ
“งั้นมาเริ่มกันเถอะ!” เสียงแปลกพิกลดังออกมาจากในลำคอของเซี่ยอี๋ ทั้งอบอุ่นและเย็นชา เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่ก็เข้ากัน ราวกับว่าเขาควรมีเสียงแบบนี้
สิ้นเสียงนี้ ดาบยักษ์ของเซี่ยอี๋ก็เริ่มกดดันเถียนเจียจวิ้นไปทีละนิด เถียนเจียจวิ้นรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถต้านทานพละกำลังสายนี้ของอีกฝ่ายได้ หุ่นรบถูกอีกฝ่ายผลั