งข้างของฉีหลงกลับเผยจิตวิญญาณต่อสู้ออกมา เขาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาว่า “ลูกพี่ จะให้ฉันลงมือไหม?”
ลูกพี่เคยบอกว่าวิกฤติก็เป็นเหมือนกับโอกาส สำหรับพลังที่ไม่สามารถควบคุมได้ การฝืนสะกดเป็นวิธีการที่แย่ที่สุด ทางที่ดีที่สุดคือให้มันระเบิดออกมา มีเพียงตอนที่ระเบิดออกมา อย่างเต็มที่ถึงจะสามารถหาโอกาสรอดสายนั้นได้ ปีนั้น ลูกพี่ก็ใช้วิธีการแบบนี้กับลั่วล่างที่ตกอยู่ในวิกฤติ กระตุ้นให้บุคลิกพวกนั้นระเบิดออกมาแล้วให้ลั่วล่างฉวยโอกาสควบคุม พรสวรรค์มารผกผันไว้
หลิงหลานกลับปฏิเสธฉีหลงอย่างเหนือความคาดหมาย “ไม่จำเป็น”
“หรือว่าลูกพี่ตั้งใจจะลงมือเอง?” ฉีหลงถามด้วยความสงสัยใคร่รู้ เพราะถ้าลูกพี่ลงมือ ก็มีโอกาสสำเร็จมากกว่าเขาจริงๆ
“เขากลัวฉันมาก” หลิงหลานเอ่ยพลางส่ายหน้า “ฉันบีบให้เขาออกมาไม่ได้
คำพูดของหลิงหลานทำให้ฉีหลงมึนงงเล็กน้อย ความหมายของลูกพี่คือ ไม่มีประโยชน์ที่จะให้เขาลงมือ? งั้นทำไมถึงไม่ให้เขาลงมือล่ะ? หรือว่าลูกพี่มีแผนการอื่น ฉีหลงครุ่นคิดอย่างละเอี ยด
หานจี้จวินก็ก้มหน้าขบคิดเช่นเดียวกัน
หลิงหลานไม่ได้พูดต่อ ของบางอย่างจำเป็นต้องอาศัยพวกเขาไปตระหนักรู้ด้วยตัวเอง ถ้าเกิดเธอช่วยพวกเขาจัดการทุกอย่