พอไม่มีพลังกดดันแล้ว หลิงอี้ก็เริ่มบุกโจมตี เขากลัวว่าถ้าเกิดตัวเองลังเลอีกสักพัก คู่ต่อสู้จะใช้แรงกดดันไร้รูปแบบนี้อีก หลิงอี้ไม่รู้เลยว่าพลังเมื่อสักครู่นั้น ฉีหลงแ แค่ทำได้โดยบังเอิญ หากคิดจะใช้อีกอาจจะไม่สำเร็จก็ได้ ฉีหลงที่ยังไม่ทันควบคุมทักษะนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ถ้าเกิดเขาอยากควบคุมได้อย่างสิ้นเชิง ก็ยังต้องใช้เวลาศึกษาอย่างหนัก
ฉีหลงเห็นฝ่ายตรงข้ามโจมตีเข้ามาก็ยกหมัดขึ้นมารับ รูปแบบการต่อสู้มือเปล่าของฉีหลงก็คือการจู่โจม เขาชอบใช้การโจมตีมาปะทะการโจมตีมากที่สุด โดยอาศัยการโจมตีเป็นการป้องกัน แต ต่หลิงอี้กลัวว่าถ้าเกิดมีช่องว่างฉีหลงจะปล่อยไอพลัง ด้วยเหตุนี้เขาก็เลยไม่กล้าถอย ดังนั้นการต่อสู้บนสนามประลองจึงเปลี่ยนเป็นการต่อสู้ประชิดตัวอย่างแท้จริง ทั้งสองคนแลกกันห หมัดต่อหมัดและชกเข้าเนื้อ
“ผัวะๆๆ!” เสียงปะทะกันดังขึ้นมาอย่างดุเดือด เสียงนี้ถึงกับทำให้ผู้คนด้านล่างที่ชมการต่อสู้รู้สึกเจ็บเนื้อตัวอย่างควบคุมไม่อยู่ แต่ทั้งสองคนที่อยู่บนสนามประลองกลับทำหน้าเร รียบนิ่ง ประหนึ่งว่าที่โดนอัดไม่ใช่ร่างกายของพวกเขา แต่เป็นของคนอื่น
“สองคนนี้เป็นคนโหดเหี้ยมทั้งนั้นเลย” คนที่ชมการต่อสู้อดกล่าว