งหลาน ขอร้องให้ชี้แนะสักรอบครับ”
คำพูดที่อี้เทียนเกอกล่าวมานี้สมเหตุสมผล และทำให้สมาชิกบางคนคลายโทสะ แต่ก็มีสมาชิกที่ยังคงเอ่ยด้วยความไม่พอใจมากๆ ว่า “ท้าประลองลูกพี่พวกเรา เอาชนะหัวหน้าหน่วยรบหลักกับ บหัวหน้ากลุ่มคนอื่นๆ ของเราให้ได้ก่อนเหอะแล้วค่อยพูด”
“อีกอย่าง นี่มันดูถูกหัวหน้ากลุ่มฉีหลงของพวกเราเกินไปหรือเปล่า? ต่อให้หมดแรงถึงขีดจำกัดแล้วไง จะเอาชนะเขาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน ต้องแสดงท่าทีเหมือนทำบุญทำทานให้ความยุติธร รรมด้วยเหรอ?” ในด้านทักษะการต่อสู้มือเปล่า นับตั้งแต่ที่หลิงหลานต่อสู้บนสนามประลองแล้วก็ไม่เคยลงมือเองอีกเลย สองปีมานี้ คนที่เผชิญหน้ากับการท้าประลองและรับมือคู่ต่อสู้ล ล้วนเป็นฉีหลงมาโดยตลอด ในใจสมาชิกกลุ่มหลิงเทียน ฉีหลงก็เหมือนกับคนที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ ถึงแม้ความหมายในคำพูดของอี้เทียนเกอคือหลิงอี้มีเจตนาดี แต่ก็เป็นการดูถูกด้วย เลยท ทำให้สมาชิกเหล่านี้ได้ยินแล้วไม่ชอบใจเอามากๆ
อี้เทียนเกอได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มฝืดเฝื่อน ถ้าเกิดหัวหน้าทีมตัวเองเลือกคนอื่น บางทีคนของหลิงเทียนยังสามารถมองหัวหน้าทีมดีขึ้นนิดหน่อยได้ แต่หัวหน้ากลั บเลือกหลิงหลานผู้นำ