ัดระว วังอยู่สามนาทีก็สั่งสมพลังปราณได้นิดหน่อยอีกครั้ง จากนั้นเขาก็หาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามแล้วซัดอีกฝ่ายลงไปจากสนามประลอง
ต่อมาก็มีนักเรียนใหม่อีกสองคนขึ้นมาบนสนามประลอง แต่ฉีหลงต่อสู้อย่างมีน้ำอดน้ำทนมาก เมื่อไร้เรี่ยวแรงก็อาศัยกายเนื้อที่แข็งแกร่งของเขาพยายามต้านทานอย่างสุดกำลัง เมื่อสะสมพ พลังปราณได้นิดหน่อยก็ฉวยจุดอ่อนของอีกฝ่ายเอาชนะไปได้ ฉีหลงต่อสู้อย่างหนักแน่นมั่นคง ทำให้นักเรียนใหม่เหล่านี้หาโอกาสเอาชนะไม่ได้ชั่วขณะ
แต่เมื่อมีหลายคนขึ้นมาต่อสู้ติดต่อกันก็ทำให้ร่างกายของฉีหลงที่เดิมทีเหนื่อยล้าสุดจะทานทนยิ่งไปถึงขีดจำกัดแล้ว ถ้าเกิดเขาไม่มีพลังจิตสายหนึ่งประคับประคองไว้ละก็ เกรงว่ากระ ะทั่งมือก็ยกขึ้นมาไม่ไหวแล้ว
คนที่มีสายตากระจ่างชัดสังเกตเห็นว่าฉีหลงเป็นม้าตีนปลายแล้ว จากนั้นก็มีนักเรียนใหม่อีกคนกระโดดขึ้นไปบนเวทีประลอง…
“หัวหน้า นี่เป็นโอกาส” อี้เทียนเกอเอ่ยกับหลิงอี้เบาๆ
“นายอยากให้ฉันไปเอาชนะหัวหน้ากลุ่มฉีหลงเหรอ?” หลิงอี้เอ่ยถามอย่างเย็นชา
“ใช่ หวางเคอทำให้หัวหน้ากลุ่มฉีหลงถึงขีดจำกัดแล้ว บวกกับการต่อสู้บั่นทอนกำลังจากคนพวกนี้ บีบเค้นพลังงานส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่นิดหน่อยขอ