ียงเขามองข้ามปัญหาเรื่องหนึ่งไป ฉีหลงหมอนี่ ถ้าเกิดมอบแรงกดดันให้ไม่พอ อาศัยแค่เวลาอยากบั่นทอนกำลังเขาเพียงอย่างเดียว นั่น ไม่มีทางเป็นไปได้เลย การต่อกรกับฉีหลงจำเป็นต้องใช้การโจมตีและการทรมานที่เฉียบคมประหนึ่งพายุฝนโหมกระหน่ำ ทำให้ฉีหลงไม่สามารถหยุดพักหายใจ ถึงจะเอาชนะเขาได้ในคราเดียว
เมื่อหวางเคอเลือกการจู่โจมแบบป้องกันและหนักแน่นมั่นคง เขาก็พลาดโอกาสเอาชนะฉีหลงไปแล้วจริงๆ
“หมายความว่าพวกนายไม่เห็นแนวโน้มว่าหวางเคอจะชนะได้แล้วสิ” หลิงหลานยกมุมปากขึ้น
คำถามนี้ได้รับคำตอบเป็นเสียงเดียวกันจากพวกลั่วล่างว่า “แน่นอนอยู่แล้ว!” หากคิดจะเอาชนะฉีหลงโดยอาศัยแค่หวางเคอคนเดียว นั่นไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด
เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆ หลังจากที่เสียงพูดเพิ่งจะสิ้นสุดลง สถานการณ์บนสนามประลองก็เปลี่ยนไปทันใด ฉีหลงที่เดิมทีคอยป้องกันและถูกไล่ต้อนมาโดยตลอดบนสนามประลองก็เคลื่อนไหวแล้ว
“ฉีหลงลงมือแล้วละ” หานจี้จวินตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ต้องพูดว่าในหมู่คนมากมายเหล่านี้ คนที่ห่วงใยฉีหลงมากที่สุดก็คือเขา ถึงแม้เขาเชื่อว่าฉีหลงจะชนะ แต่เขายังคงอดเป ป็นห่วงไม่ได้ พอเห็นฉีหลงตอบโต้กลับในที่สุด เขาก็เด้งตัวขึ้น