ด้จริงๆ เหรอ” หานจี้จวินมองหลิงหลานอย่างเว้าวอน เขาย่อมหวังให้ฉีหลงแข็งแกร่งขึ้น
หลิงหลานทำหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา “ฉันไม่รู้….” เมื่อเข้าสู่ขีดจำกัดความเป็นความตายนั้นก็จะมีจังหวะโอกาสอยู่ในระดับหนึ่ง สุดท้ายแล้วฉีหลงจะทำได้หรือไม่ หลิงหลานไม่รู้จริงๆ เรื่องเดียวที่เธอทำได้คือใช้ทุกวิถีทางทำให้ฉีหลงเข้าไปใกล้ช่วงเวลานั้นมากยิ่งขึ้น
“หวางเคอคนนี้บีบให้ฉีหลงตกที่นั่งลำบากได้จริงๆ เหรอ” อู่จย่งเอ่ยด้วยความระแวง ระดับพลังปราณขั้นต้น ต่อให้เรี่ยวแรงของฉีหลงในตอนนี้เกือบจะถึงศูนย์แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าคนที่อยู ในระดับพลังปราณขั้นต้นจะสามารถบีบคั้นให้ตกอยู่ในสภาพอับจนได้
“คนเดียวไม่มีทางพออยู่แล้ว แต่คนที่รับการประเมินมีหนึ่งร้อยคนก็น่าจะเพียงพอ” หลิงหลานกล่าวอย่างเฉยชา
ทุกคนมองไปทางหลิงหลานอย่างตกตะลึง หรือว่าหลิงหลานรู้แต่แรกแล้วว่าฉีหลงจะตกอยู่ในการต่อสู้บั่นทอนกำลัง
“เทียบกับผู้ประเมินคนอื่นๆ ที่มีความสามารถไม่แน่ชัดแล้ว นายคิดว่านักเรียนใหม่พวกนั้นจะปล่อยผู้ประเมินตรงหน้านี้ที่เห็นได้ชัดว่ากำลังจะทรุดลงแล้วหรือเปล่าล่ะ?” หลิงหลานถามเ เรียบๆ
ทุกคนส่ายหน้า ถ้าเกิดเป็นพวกเขาก็จะเลือกฉีหลงต่อเหมือนกัน