ต่ยอมตกลงว่า เอาไว้รอพวกเขาสอบเข้าโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งแล้วถึงค่อยบอกพวกเขา
หลิงอี้เงียบไปหลายวินาที เขาสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่งถึงตอบว่า “ศึกประลองหุ่นรบปีที่แล้ว พวกนายยังจำคนที่นำทีมได้หรือเปล่า?”
อี้เทียนเกอพยักหน้ากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “จำได้อยู่แล้วสิ เพราะว่าคนที่นำทีมไม่ใช่ผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชาเฉียวถิงที่ทุกคนให้การยอมรับ หากแต่เป็นนักเรียนปีสองที่ไร้ชื่อเสียง ชื่อว่าหลิงหลาน ฉันยังเคยบอกว่าบังเอิญจริงๆ นามสกุลเดียวกับนายเลย”
อี้เทียนเกอกล่าวถึงตรงนี้ ทันใดนั้นก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รอยยิ้มของเขาหายไปในพริบตา ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “หรือว่าเป็นหลิงหลานคนนั้น”
หลิงอี้พยักหน้าอย่างจริงจัง บ่งบอกว่าอี้เทียนเกอพูดถูกต้อง
“นามสกุลหลิง หรือว่าหลิงหลานคนนั้นคือพี่ชายของหัวหน้า?” เถาเสี่ยวเถาลืมไปแล้วว่าตัวเองไม่ได้รับอนุญาตให้พูด เขาปล่อยมือที่ปิดปากตัวเองลง แล้วพูดด้วยความอึ้งทึ่ง
เวลานี้ไม่มีใครมีกะจิตกะใจสนเขาแล้ว หลิงอี้ส่ายหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนว่า “จะเป็นไปได้ยังไง ฉันคู่ควรเป็นน้องชายของคุณชายหลานได้ยังไง”
เขาเห็นสีหน้าของพวกลูกทีมเต็มไปด้วยความสงสัย