บ่งบอกการตัดสินใจของเขา และก็ปิดปากตัวเองด้วยท่าทางโอเวอร์แอ็คติ้ง สื่อว่าเขาจะไม่พูดสักประโยคเดียว
พอจัดการเถาเสี่ยวเถาจอมพูดมากแล้ว อี้เทียนเกอก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เขามองไปทางหลิงอี้แล้วถามว่า “หลิงอี้ ก่อนหน้านี้นายฝึกฝนสุดชีวิต ต่อให้เจ็บช้ำไปทั้งตัวก็ต้องพัฒนาความสามารถของตัวเอง พอถามว่าทำไมนายต้องพยายามสุดชีวิตขนาดนั้น นายตอบฉันว่า นายต้องไล่ตามคนผู้หนึ่ง ไขว่คว้าโอกาสที่จะได้ยืนอยู่ด้านหลังเขา…”
คำพูดของอี้เทียนเกอทำให้แววตาของหลิงอี้ไหววูบ เผยความคิดถึง ความเจ็บปวดและความปรารถนาออกมารางๆ แต่ที่มากกว่านั้นกลับเป็นความเด็ดเดี่ยว
“อื้อ!” หลิงอี้ยืนยันคำพูดของอี้เทียนเกอ เสียงนี้ที่ดังออกมาจากส่วนลึกของคอฟังดูแหบพร่าอยู่บ้าง
“งั้นตอนนี้นายบอกพวกเราได้หรือยังว่าคนผู้นั้นคือใคร?” อี้เทียนเกอเอ่ยถามออกมาในที่สุด
คำพูดของอี้เทียนเกอทำให้คนอื่นๆ มองไปทางหลิงอี้กันหมด สมาชิกคนอื่นๆ ในทีมต่างรู้เรื่องที่หัวหน้าหลิงอี้พยายามฝึกฝนตัวเองสุดชีวิตเพื่อไล่ตามคนผู้หนึ่ง เพียงแต่หัวหน้าหลิงอี้ไม่ยอมบอกมาตลอดเลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร สุดท้ายพอโดนพวกเขากดดันเข้า หลิงอี้เลยได้แ