“ไม่ใช่แน่นอนครับ” เหอซวี่หยางยิ้มละไม สีหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา “คุณชายหลาน ผมเข้าใจคุณดี คนที่คุณสนใจล้วนไม่ใช่คนธรรมดา อย่างหลี่ซื่ออวี๋ อย่างจ้าวจวิ้น ดังน นั้นหลี่หลานเฟิงคนนี้ก็น่าจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน ถึงแม้ตอนนี้เขาดูเหมือนไม่มีอนาคต แต่เขาทำให้คุณยอมรับเขามาอยู่ใต้บังคัญบัญชาได้ แสดงว่าเขาจะต้องมีด้านที่เก่งกาจมากพอที่จ จะดึงดูดความสนใจของคุณได้ และผมก็อยากรู้ว่า เขาเก่งด้านไหน คุ้มค่าให้กองทัพที่ยี่สิบสามของพวกเราลงทุนอบรมบ่มเพาะหรือเปล่า”
หลิงหลานเงียบไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นถึงค่อยเอ่ยช้าๆ ว่า “ทำไมผมต้องบอกคุณด้วยล่ะ”
“ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายไงครับ! อย่าบอกนะว่าคุณไม่อยากเข้ากองทัพที่ยี่สิบสามในอนาคต ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ คุณก็รอให้นายพลหลิงเซียวขับหุ่นรบ IN ขั้นเทวะไล่ล่าพันลี้เลย” ” เหอซวี่หยางเอ่ยข่มขู่อย่างชั่วร้ายมาก “ถ้ามั่นใจว่าหน่วยรบมีความสมบูรณ์พร้อมจะเอื้อประโยชน์อย่างมากต่อการก้าวหน้าในอนาคตของคุณชายหลานนะครับ และถ้าหลี่หลานเฟิงมีค่าให้อบรม มบ่มเพาะจริงๆ กองทัพที่ยี่สิบสามไม่มีทางพลาดแน่นอน การเพิ่มขุนพลที่แข็งแกร่งได้สักคนย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว คุณชาย