ักโทษของฉัน และฉันก็เป็นแขกผู้ทรงเกียรติ และก็จะกลายเป็นเจ้าของที่นี่ไงละ” เสียงเย็นชาของหลิงหลานแทงตรงไปที่หัวใจของจูเก่อจิ่งหมิง ทำให้แววตาที่สับสนของจูเก่อจิ่งหมิงกระจ่างแจ้งโดยพลัน เขาหลั่งเหงื่อเย็นๆออกมาทั่วทั้งร่าง เขาตกอยู่ท่ามกลางมารจิตใจโดยไม่รู้ตัว
จูเก่อจิ่งหมิงมองหลิงหลานด้วยแววตาสับสน ไม่รู้ว่าจะแค้นอีกฝ่ายที่ทำให้เขาตกอยู่ท่ามกลางมารจิตใจ หรือว่าต้องขอบคุณอีกฝ่ายที่ลากเขาออกมาจากในมารจิตใจ
“ถามมาสิ นายยังเหลือโอกาสสุดท้ายอยู่นะ” หลิงหลานไม่มองจูเก่อจิ่งหมิง เธอจ้องเขม็งที่เครื่องรับสัญญาณนั้น แล้วยื่นมือขวาออกมากดปุ่มไฟ มุมปากเผยรอยยิ้มจางๆ แต่พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว “อย่าใช้เสียเปล่าอีกละ คิดให้ดีๆ ว่านายอยากถามอะไรกันแน่”
จูเก่อจิ่งหมิงสูดลมหายใจลึก แล้วกำจัดอารมณ์ปั่นป่วนออกไปจากสมอง เวลานี้เขายังคงเป็นเสนาธิการจูเก่อจ้าวกลยุทธ์คนนั้น เขาเอ่ยอย่างสงบนิ่งว่า “ฉันแค่อยากรู้ว่า ทำไมนายต้องส่งเฉียวถิงออกมา? นายน่าจะรู้ดีว่าพอไม่มีผู้ควบคุมหุ่นรบไพ่ราชานั่งรักษาการณ์ ฐานที่มั่นของนายก็จะไม่มั่นคง มีโอกาสถูกยึดไปได้”
หลิงหลานได้ยินคำถามข้อนี้ก็มองจูเก่อจิ่งหมิงด้วยค