วามสนใจมาก จากนั้นเธอก็กล่าวช้าๆ ว่า “ ถ้าเกิดฉันไม่ส่งเฉียวถิงออกมา เจี่ยงเส่าอวี่จะกล้าพาหน่วยรบของตัวเองไปโจมตีฐานที่มั่นโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งของพวกเราได้ยังไง?”
คำพูดประโยคนี้ทำให้จูเก่อจิ่งหมิงตื่นตระหนก เขาลุกพรวดขึ้นมาแล้วพูดด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปยกใหญ่ว่า “นายรู้ว่าผู้บัญชาการเจี่ยงจะบุกโจมตีฐานที่มั่นของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งเหรอ?”
“ฉันยังรู้ว่าเป้าหมายที่นายถ่วงเวลาก็คืออยากรอให้เจี่ยงเส่าอวี่ยึดฐานที่มั่นของพวกเราให้สำเร็จ ทำให้ผู้บุกรุกอย่างพวกฉันถูกไล่ออกจากสนามด้วย แบบนี้ไม่เพียงจัดการพวกฉันได้ เวลาเดียวกันก็ช่วยฐานที่มั่นของนายได้ด้วย” หลิงหลานพูดแผนการในใจจูเก่อจิ่งหมิงออกมารวดเดียว
ตอนนี้จูเก่อจิ่งหมิงรักษาสีหน้าสงบนิ่งของเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เขาพบว่าตัวเองเหมือนถูกเปลื้องจนตัวเปลือยเปล่า ยืนเปลือยกายอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย เจตนารมณ์ทั้งหมดถูกมองออกโดยที่ไม่มีอะไรมาปิดบังเลยสักนิดเดียว
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมนายถึงให้ความร่วมมือฉันล่ะ?” ในเมื่อรู้แล้ว ทำไมยังต้องพูดไร้สาระเป็นเพื่อนเขา? หรือว่าอีกฝ่ายแน่ใจว่าเจี่ยงเส่าอวี่ไม่สามารถบุกยึดฐานที่มั่นได้ ฝ่ายตรงข้ามมีไพ่ตายอะไรกั