นเป็น “ค่ายกลสามประสาน” ก็เรียกแสงอำไพสิ้นสุดมิได้ลงมาปิดผนึกพลังวิญญาณทั่วฟ้า กลายเป็นดั่งขุนเขายิ่งใหญ่ถาโถมลงใส่จงหมิง หากเขาไม่มีสมบัติล้ำค่าติดกาย คงถูกสังหารไปนานแล้ว
แต่ยิ่งจงหมิงต่อต้าน พวกที่ตามฆ่าก็ยิ่งฮึกเหิม
“สหายจงหมิง พวกข้ามิได้ใจร้ายอะไรนัก หากเจ้าทิ้งสมบัติทั้งหมด พวกเราก็ใช่ว่าจะไม่ไว้ชีวิตเจ้า”
“เลอะเทอะ!”
จงหมิงแค่นหัวเราะเย็นเมื่อได้ยินคำนี้ สละสมบัติเพื่อรักษาชีวิตอย่างนั้นหรือ? หากยอมทิ้งสมบัติในเวลานี้จริง ชีวิตถึงจะพังต่างหาก เขาจึงทำเป็นไม่ได้ยินคำเชิญชวนเหล่านั้น
“ฮ่าๆๆ เจ้าคิดว่ามีใครจะมาช่วยเจ้ารึ?”
พันครัวเรือนแห่งราชสำนักเต๋าผู้นำหัวเราะเสียงดัง “ข้าก็ไม่ปิดบังหรอก บัดนี้แม้แต่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์ ยังมีคนลอบหวังให้เจ้าตายเสียด้วยซ้ำ!”
“คิดว่าเราพวกนี้โง่รึไง?”
“บุตรหลานของเจินเหรินนิกายศักดิ์สิทธิ์สิบคน สิบคนมีเก้าคนบนกายมีปัญหา! เจ้าในฐานะบุตรของจงกวง, เกรงว่าบนกายก็ถูกจงกวงทิ้งไพ่ตายไว้เช่นกัน!””
“หากปล่อยเจ้าไป มีหวังว่าเจินเหรินจงกวงจะได้ฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง! ดังนั้นพวกเราที่เข้ามาในแผ่นดินสุขาวดีครั้งนี้ เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว ก็คือเจ้า! ส่วนจงกวงเจินเหริน…ตายไปแล้ว ที่นั่งว่างเช่นนั้น คนที่อยากขึ้นแทนไม่ใช่ทุกคนหรอกหรือที่ไม่อยากเห็นเจ้าช่วยเขากลับคืนมา!”
“อย่างเช่นใครดี…หยวนถู? ฮ่าๆๆ!”
“เจ้า !”
คำเกลี้ยกล่อมก่อนหน้านี้จงหมิงไม่ใส่ใจ แต่คำพูด