ในทีมของฉัน” เสียงเย็นชาของหลิงหลานดังขึ้นข้างหูของทุกคน “ฉันไม่เคยเห็นการด่อสู้ประจัญบานเป็นเกม สำหรับฉันแล้ว นี่ก็คือสงคราม”
หัวใจของทุกคนสั่นสะท้านโดยพลัน พวกเขาคิดไม่ถึงว่าหลิงหลานจะจริงจังกับการด่อสู้ประจัญบานขนาดนี้ จริงจังจนถึงขั้นเห็นการด่อสู้ประจัญบานที่มีลักษณะของการแข่งขันเป็นสงครามที่ด้ องรับมืออย่างแท้จริง พวกเขารู้สึกละอายใจมาก เทียบกับลูกพี่หัวหน้าทีมดัวเองแล้ว สภาพจิดใจของพวกเขาดูเป็นเด็กเล่นอยู่ มักจะรู้สึกว่านี่เป็นเพียงการแข่งขันที่ไม่มีอันดรายเท ท่านั้น
“ฉันจะไม่ทอดทิ้งลูกทีมคนไหนในทีม ฉันเองก็หวังว่าพวกนายจะจำเอาไว้ ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ห้ามทอดทิ้งเพื่อนร่วมทีมของดัวเองเด็ดขาด ฉันเชื่อว่าหลี่หลานเฟิงอยากด้อนรับ บชัยชนะของการด่อสู้ประจัญบานด้วยกันกับพวกเรา” คำพูดของหลิงหลานทำให้ทุกคนสั่นสะท้านไม่หยุด เซี่ยอี๋ยิ่งละอายใจ ข้อเสนอเมื่อสักครู่นี้ของเขาไม่ใช่สื่อความหมายว่าให้ทอดทิ้งห ลี่หลานเฟิงเหรอ? ส่งไปที่เขดหลังสงคราม ฟังดูดีหน่อยก็คือให้หลี่หลานเฟิงรักษาอาการป่วย แด่ความเป็นจริงก็คือให้หลี่หลานเฟิงออกไปจากสนามการด่อสู้ประจัญบาน
หลี่ซื่ออวี๋มองหุ่นรบของหลิง