ี่ไร้รูปอยู่ในห้วงอากาศ
พริบตานั้นเอง ลวี่หยางก็ต้องตะลึง เพราะพลังกระบี่สายนี้ถึงกับฟาดฟันพลังวิญญาณทั่วพันลี้ให้สลายสิ้น กลายเป็นสุญญะในฉับพลัน!
‘นางคิดจะบีบให้ผู้เร้นกายเผยตน’
ลวี่หยางเข้าใจอย่างถ่องแท้ การที่อีกฝ่ายฟันฟาดพลังวิญญาณออกเช่นนี้ย่อมทำให้กลวิธีพรางตาอันใดก็ยากซ่อนเร้น รอยรั่วจะปรากฏในทันที
‘แต่น่าเสียดาย ข้าไม่ใช่พวกนั้น’
ซ่อนดาราดับแสงเป็นวิชาเทพที่เน้นการเร้นกาย หากจะถูกลากออกมาได้ง่ายดายเพียงนี้ ก็มิสมควรถูกเรียกว่าวิชาเทพเสียแล้ว
จะหาลวี่หยางให้พบในยามนี้ มีเพียงใช้สมบัติเช่น “เปลวไฟที่สามแห่งศาสตราวิเศษตรวจฟ้า” ซึ่งสามารถสาดแสงตรวจหาทั่วหกทิศเท่านั้น จึงพอมีโอกาสมองเห็นร่องรอย แต่เห็นได้ชัดว่าเย่กู่เยว่ไม่ได้ครอบครองสมบัติล้ำค่าดังกล่าว จึงได้เพียงยืนมองอยู่เช่นนี้ หาได้พบเงาเขาไม่
‘ไม่รู้ว่าจะลอบโจมตีได้สักครั้งหรือไม่…’
ลวี่หยางคิดใคร่ครวญ ซ่อนดาราดับแสงผนวกกระบี่ไร้รูป ในอดีตเขาอาศัยชุดนี้ลอบเข้าใกล้อ๋องแห่งแคว้นชิ่งจนฆ่าตายได้ในกระบี่เดียว
‘…น่าเสียดาย ชุดเดียวกันนี้คงใช้กับหญิงผู้นี้ไม่ได้’
เพราะในฐานะเจินเหรินแห่งนิกายกระบี่หยก เย่กู่เยว่ย่อมต้องครอบครองสมบัติล้ำค่าประเภทเสื้อคลุมกำราบภัยร้อยทิศเช่นกัน มิใช่เป้าหมายที่ฟันเพียงกระบี่เดียวก็สิ้นชีพ
‘ไม่เร่ง รีบไปก็พัง ต้องรอให้เหมาะจึงเคลื่อนไหว’
ลวี่หยางใจเย็นยิ่งนัก ภายใต้ซ่อนดาราดับแสงเขาถอยห่างจากเย่กู่