งอย่างสุดความสามารถถึงค่อยรักษาอารมณ์ให้คงที่ได้
สายตาของหลิงเซียวทอดมองมาที่ตัวพวกหลิงหลานอีกครั้ง แล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า “ต่อไปใครเป็นคนออกไปประลอง?”
มู่เส่าอวี่ยกมือขึ้นอย่างตื่นเต้นพลางตะโกนว่า “รายงานท่านนายพล เป็นผมเองครับ”
หลิงเซียวมองไปทางมู่เส่าอวี่ เหอซวี่หยางเสนาธิการอันดับหนึ่งที่อยู่ข้างกายหลิงเซียวรีบเข้าไปใกล้หลิงเซียว แล้วเอ่ยเตือนเสียงเบา เมื่อถอยหลังกลับไป เขาก็เพ่งมองหลิ งหลานที่ยืนอยู่ข้างมู่เส่าอวี่แวบหนึ่ง แววตาแฝงไปด้วยรอยยิ้ม
‘พ่อเป็นพยัคฆ์ลูกย่อมไม่ใช่สุนัข!’ เหอซวี่หยางลอบเอ่ยในใจ เขายังคงจดจำได้ว่าตอนนี้คุณชายหลานยังเป็นนักเรียนทหารปีสอง การที่สามารถเข้าร่วมศึกประลองหุ่นรบได้ด้วยสถาน นะนักเรียนปีสอง เกรงว่าพรสวรรค์ในการควบคุมหุ่นรบของคุณชายหลานคงจะไม่ด้อยไปกว่านายพลหลิงเซียวเท่าไหร่นัก
นายพลหลิงเซียวยิ้มพลางพยักหน้ากล่าวว่า “มู่เส่าอวี่ ใช่ไหม? ตอนนี้พวกเธอแพ้สองรอบแล้ว ถ้าเกิดแพ้อีกรอบ สองคนที่อยู่ต่อจากเธอก็จะออกไปประลองไม่ได้ เธอต้องพยายามเข้า นะ จะได้ไม่โดนพวกเขาต่อว่าละ”
คำพูดติดตลกของหลิงเซียวทำให้ความรู้สึกเครียดของมู่เส่าอวี่ผ่อนคลายลงไปไม่น้อย