ครั้งนี้เทียนจีกับอู๋จี๋ต่างมีโควตากลุ่มละ 12 คน จากความต้องการของลูกพี่หลาน พวกเขานำพาผู้ควบคุมหุ่นรบระดับพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มหุ่นรบพวกเขามาสิบสองคน หัวหน้าของกลุ่มหุ่นรบทั้งสองแห่งนี้มาถึงตรงหน้าซ่งเหยียนซวี่พร้อมกัน ซ้ายหนึ่ง ขวาหนึ่ง ไม่มีใครยอมให้ทางใคร
ซ่งเหยียนซวี่ลอบปาดเหงื่อที่หลั่งออกมาบนหน้าผาก เขามองไปทางด้านซ้าย และก็มองไปทางด้านขวา ถึงค่อยเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “พวกคุณใครจะมาก่อนครับ?”
หานอวี้เหลือบมองมู่เส่าอวี่ หัวหน้ากลุ่มเทียนจีที่ยืนอยู่ข้างกายตัวเองอย่างเย็นชา มู่เส่าอวี่ก็ใช้สายตาเย็นเยียบถลึงกลับไปเช่นเดียวกัน ประกายไฟระหว่างพวกเขาสาดไปทั่วทุกทิศทาง ทว่าไม่มีใครตอบคำถามของซ่งเหยียนซวี่ก่อนสักคน ภายในห้องโถงเปลี่ยนเป็นเงียบสงัดไปชั่วขณะหนึ่ง
การประจันหน้ากันอย่างเงียบงันของทั้งคู่ทำให้หน้าผากของซ่งเหยียนซวี่หลั่งเหงื่อเย็นๆ ออกมาไวมากขึ้น เขาอดลอบด่าไม่ได้ ‘แม่งเอ๊ย นักเรียนของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งพวกนี่คิดจะทำอะไรกันแน่? อยากตีกันหรือไง? ทำไมไม่มีความคิดสามัคคีเลยสักนิดเดียว’
ซ่งเหยียนซวี่คิดว่า ดูจากสถานการณ์อย่างในตอนนี้แล้ว โรงเรียนทหารชายที่หนึ่งไม่มีทางคว้าคะแ