เมื่อความมืดยามราตรีเยื้องกรายมา ในที่สุดเหล่าเจ้าหน้าที่ตรงจุดลงทะเบียนในห้องโถงที่ยุ่งวุ่นวายมาตลอดทั้งบ่ายก็โล่งอก ท่าอวกาศกำลังจะปิด นี่ทำให้โรงเรียทหารที่เข้าร่วมการแข่งขันต่างมาถึงกันเกือบหมดแล้ว…
เจ้าหน้าที่ที่รับปากลั่วเฉากับหานซู่หย่าว่าจะส่งข้อความให้คนนั้นหยิบกระดาษโน้ตที่วางไว้ในลิ้นชักของเคาน์เตอร์ขึ้นมา เขาดูยุ่งยากใจอยู่บ้าง
“พี่ซวี่ ทำไมยังไม่ไปกินข้าวอีกล่ะ?” พวกเขาถึงเวลาทานข้าวแล้วจึงเตรียมตัวออกจากห้องโถง คนที่ถูกเรียกว่า ‘พี่ซวี่’ ผู้นี้แอบถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยปากว่า “พวกนายไปกันก่อนเถอะ ฉันอยู่ที่นี่คนเดียวได้”
คนผู้นั้นเห็นกระดาษในมือพี่ซวี่ก็ขยิบตากล่าวว่า “ที่แท้ก็เพราะการฝากฝังของคนงามนี่เอง พี่ซวี่!” กล่าวจบก็ยังไม่ลืมใช้ไหล่กระแทกพี่ซวี่
พี่ซวี่ผลักอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์ และพูดว่า “อย่าพูดเหลวไหล ยังไม่ไสหัวไปกินข้าวอีก”
เมื่อเห็นคนผู้นั้นเก็บข้าวของพลางหัวเราะคิกคักเตรียมออกไปพร้อมกับทุกคน พี่ซวี่ครุ่นคิดสักพักแล้วก็เอ่ยว่า “สั่งข้าวกลับมาให้ฉันด้วย” ในเมื่อรับปากแล้ว เขาก็ต้องทำให้ได้
“รู้แล้ว รู้แล้ว ไม่กวนเรื่องที่พี่ทำตามคำขอของสาวสวยหรอกน่า” คนผู้นั้น