เฉียวถิงทันที เลยกล่าวว่า “ยังมีเวลาอีกห้าวัน หวังว่าสุดท้ายนายจะให้คำตอบดีๆ กับฉันนะ” กล่าวจบ หลิงหลานก็คิดจะเดินผ่านเฉียวถิงไป
เวลานี้เอง เฉียวถิงพลันถามขึ้นว่า “ถ้าเกิดฉันไม่ยอมล่ะ?”
หลิงหลานหันหน้ากลับมาฉับพลัน สายตาคมกริบทอดมองตรงไปที่เฉียวถิง ทำให้หัวใจของเฉียวถิงกระตุก
“รุ่นพี่เฉียวแพ้แค่ครั้งเดียวก็ไม่มีปณิธาน ความมุ่งมั่นยิ่งใหญ่แล้วหรือไง? หรือนายกลัวว่าจะแพ้ในศึกประลองหุ่นรบ ขายหน้าต่อคนภายนอกอีก?” มุมปากของหลิงหลานเผยรอยยิ้มหยัน กล่าวเสียดสี
เฉียวถิงได้ยินคำกล่าว ดวงตาก็หรี่ขึ้นมา แววตาแฝงไปด้วยไฟโทสะ ดูเหมือนคำพูดของหลิงหลานจะยั่วยุเขาแล้ว
“ฉันกลัวแพ้เนี่ยนะ? หลิงหลาน นายดูถูกฉันเกินไปหรือเปล่า?” เฉียวถิงเค้นคำพูดออกมาจากไรฟันทีละคำ สองมือกำหมัดแน่น ดูออกว่าเขาโมโหแล้วจริงๆ
“งั้นก็แสดงว่าตกลงรับปาก!” หลิงหลานเลิกคิ้วทั้งสองข้าง ตอบด้วยคำพูดประโยคนี้พลางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม จากนั้นก็พาคนของหลิงเทียนเดินเข้าไปในโรงอาหาร
ลูกทีมที่อยู่ข้างๆ รอให้กลุ่มหลิงหลานออกห่างไปแล้วถึงค่อยกล่าวด้วยความดีใจเป็นบ้าเป็นหลังว่า “ลูกพี่เฉียว ดีเหลือเกิน นี่เป็นโอกาสดีนะ ถ้าเกิดคว้าแชมป์ขอ