บทที่ 226 แดนบุญลอยขึ้น เรือกลางทะเลทุกข์
แสงไฟสว่างไสว
กุมารมากสมบัติยืนนิ่งตะลึงงัน มองสิ่งรอบกายโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่อยู่ในสายตา มีเพียงคบเพลิงที่ลุกไหม้ทั่วทิศ เผาโหมแรงกล้าที่สุด
ก็คือจ้าวกระบี่เสวียนเถี่ยเคียงข้างเขานั่นเอง
คนทั้งสองอุตส่าห์หนีเอาชีวิตรอดมาจากด่านจาหลง, กำลังหารือกันว่าจะลักลอบข้ามไปยังดินแดนพุทธแห่งเจียงซี, แล้วบนกายของเจ้ากระบี่เสวียนเถี่ยก็ปรากฏประกายแสงเจิดจ้าขึ้นมา
จากนั้นเขาก็ลุกไหม้เอง
มิมีวิธีการใด, ทั้งยังมิได้ให้เวลาพวกเขาได้ทันตั้งตัว, กุมารมากสมบัติก็ได้แต่มองดูดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวังของเจ้ากระบี่เสวียนเถี่ยคู่นั้นกลายเป็นลูกไฟสองลูก, ระดับพลังสร้างฐานรากขั้นกลางทั้งกายกลายเป็นน้ำมัน, เปลวไฟที่ลุกไหม้ขึ้นมาจากกายของเขาในพริบตาเดียวก็ครอบคลุมไปหลายเมือง
เหลือเพียงเปลวเพลิงแผดเผาอย่างนิ่งสงบ ผืนฟ้าถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน มากสมบัติยืนอยู่ท่ามกลางนั้น ราวกับตกสู่เตาหลอมโอสถ
“มารเจียงเป่ย…นิกายศักดิ์สิทธิ์…ดีล่ะ ไอ้นิกายศักดิ์สิทธิ์!”
วินาทีนั้น ความเคียดแค้นในใจมากสมบัติที่เคยมีต่อนิกายศักดิ์สิทธิ์ ก็พลันถูกแผดเผาหมดสิ้นดั่งหมู่ชนล้านชีวิต ภูเขาแม่น้ำแผ่นดิน ล้วนมอดเป็นจุณในเพลิงเดียว
เหลือไว้เพียงเถ้าธุลีแห่งความหวาดกลัว
ผู้คนล้านหนึ่ง! ยังไม่นับเหล่าผู้ฝึกพลังมากมาย ต่อให้เขาเป็นคนฆ่าเองก็ต้องใช้เวลาสามวันสามคืน…แต่ตอนนี้กลับถูกจุดไฟล้างในพริบตา