ฝ่ายในศึกท้าประลองแล้ว เราไม่ควรไปเปลี่ยนจะดีกว่า นอกเสียจากว่ามีความจำเป็น”
เจ็ดแปดคนที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องทำงานผู้อำนวยการได้ยินคำกล่าวของผู้อำนวยการก็สบตากันเอง ท้ายที่สุดก็มีคนผู้หนึ่งออกหน้าเอ่ยปากอธิบายว่า “ผู้อำนวยการครับ คือว่าเรื่องเป็นแบบนี้…” คนผู้นั้นบอกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของพวกเขาออกมา สุดท้ายก็กล่าวว่า “ตอนนี้นักเรียนขาดเป้าหมายที่สามารถไล่ตามได้ ถึงแม้นายพลหลิงเซียวคือไอดอลของมหาชน เป็นตำนานของสหพันธรัฐเรา ทว่าก็เพราะเขาเก่งกาจมากเกินไป ทำให้พวกนักเรียนไม่มีความมั่นใจว่าสามารถไปถึงขั้นนายพลหลิงเซียวได้ ดังนั้นโรงเรียนทหารของเราจำเป็นต้องผลักดันไอดอลคนใหม่ ตำนานบทใหม่ที่ใกล้กับพวกนักเรียนมากขึ้น ทำให้พวกเขาสามารถสัมผัสได้ ถึงขนาดที่อยากให้พวกเขารู้สึกว่าขอเพียงขยันหมั่นเพียรพยายาม เขาก็สามารถทำเรื่องนี้ได้…”
“สงครามจู่โจมทางอากาศหนึ่งปีก่อนยังคงสะเทือนขวัญนักเรียนของเรา พวกเราต้องทำให้พวกเขาลืมเรื่องนี้ไป แล้วฟื้นคืนระบบการแข่งขันอันยอดเยี่ยม ประเพณีอันดีงามของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งเรากลับมาอีกครั้ง!” อีกคนกล่าวตามมาติดๆ “ดังนั้น ศึกท้าประลองนี้คือโอกาสนะครับ เราจำเป็นต้อง