เปล่า?”
เมื่อได้ยินเกาจิ้นอวิ๋นสอบถาม หลิงหลานก็พยักหน้าบ่งบอกว่าถูกต้อง
คิ้วของเกาจิ้นอวิ๋นขมวดเข้าหากัน ถอนหายใจกล่าวว่า “แบบนี้พวกเราก็เสียเปรียบนิดหน่อยแล้ว สิทธิ์ในการเป็นฝ่ายนำอยู่ในมือของฝั่งตรงข้าม ถ้าเกิดให้พวกเราเลือก โอกาสชนะก็คงเพิ่มมากขึ้นแล้ว”
“โอ๊ะ? อย่าเพิ่งสนว่าอีกฝ่ายจะเลือกอะไร นายบอกความคิดของนายออกมาเถอะ” หลิงหลานเลิกคิ้ว เธอคิดมาตลอดว่า หลี่หลานเฟิงกับหานจี้จวินในทีมเธอคือเสนาธิการที่มีความสามารถด้านการต่อสู้ที่หาได้ยากยิ่ง ไม่คาดคิดว่า หัวหน้าทีมที่ไม่ได้ออกมาจากสถาบันศูนย์กลางลูกเสือคนนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเขาทั้งสองคนในด้านกลยุทธ์เลย นี่ทำให้หลิงหลานสนใจมาก อยากดูว่าเกาจิ้นอวิ๋นสามารถไปถึงขั้นใดกันแน่
หลิงหลานไม่เพียงฝึกฝนหน่วยรบของตัวเอง ในเวลาเดียวกันเธอก็ฝึกฝนพันธมิตรร่วมรบบางส่วนด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะอยู่ในรัฐบาลกองทัพ หรือว่าบนสนามรบ มีการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมรบบางส่วนที่ไว้ใจได้ เธอก็สามารถเดินไปได้อย่างมั่นคงราบรื่นมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เธอจึงมองกลุ่มของอู่จย่งไว้สูง และใช้พระเดชและพระคุณกับหลี่อิงเจี๋ย ในเมื่อพวกเขาล้วนมาจากสถาบันศูนย์กลางลูกเ