ใจเบาๆ ว่า “ซื่ออวี๋เอ๋ย หลานยังอ่อนหัดเกินไปหน่อยนะ”
หลี่ซื่ออวี๋ที่ตัดสายแล้วก็ยากสะกดกลั้นโทสะที่เต็มเปี่ยมในใจตัวเอง เขารีบกลับไปยังห้องทดลองของเขา ขังตัวเองอยู่ด้านใน เก็บตัวอยู่หนึ่งเดือนกว่า
หลี่ซื่ออวี๋รู้ดีว่า การกระทำเช่นนี้ของสภาอาวุโสบ่งบอกว่าญาติผู้พี่ของเขาสิ้นอำนาจในตระกูลหลี่อย่างสิ้นเชิงแล้ว ตอนนี้เกรงว่าอยู่ในตระกูลหลี่ก็ยากแม้แต่จะเคลื่อนไหวสักก้าว ถ้าเกิดท้ายที่สุดคุณปู่ต้านทานแรงกดดันจากสภาอาวุโสไม่ไหว การถูกทอดทิ้งก็เป็นเพียงปัญหาเรื่องเวลาเท่านั้น เขาจำเป็นต้องเร่งความเร็ว ต่อให้ไม่อาจวิจัยยาสูตรลับที่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องสุขภาพของญาติผู้พี่ได้จนหมด แต่เขาก็ต้องหายาที่บรรเทาอาการให้ได้ ช่วยเหลือญาติผู้พี่ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้อย่างสุดความสามารถ…
ไม่เอ่ยถึงทางหลี่ซื่ออวี๋ที่กำลังร้อนใจราวกับโดนเผาแล้ว ทางด้านหลี่หลานเฟิง หัวใจที่เดิมทีสิ้นหวังหนาวเหน็บในที่สุดก็กลับมาเป็นปกติเพราะความอบอุ่นบนฝ่ามือของหลิงหลาน ร่างกายที่ตอนแรกสั่นระริกก็ค่อยๆ กลับมาสงบลง ดวงตาสองข้างเปลี่ยนเป็นเย็นกระจ่างใส ทั่วทั้งร่างดูเยือกเย็นอย่างหาใดเปรียบ
ตอนแรกหลิงหลานอยากถามหลี่