ูดที่กระต่ายเตือนใจเขา หลายปีมานี้ ทุกครั้งที่เขาจิตใจเหนื่อยล้าอยากจะยอมแพ้ ส่วนลึกของจิตใจก็ผุดคำพูดประโยคนี้ขึ้นมาโดยธรรมชาติ คำพูดประโยคนี้กระตุ้นให้เขามุ่งหน้าต่อไป ต่อให้อุปสรรคที่พบเจอใหญ่อีกสักแค่ไหน เขาก็ไม่กล้ามีความคิดยอมแพ้
เจ็ดปีให้หลัง เวลานี้ได้ยินคำพูดประโยคนี้จากในปากของกระต่ายอีกครั้ง หัวใจของหลี่หลานเฟิงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความอบอุ่นสายหนึ่งหลั่งไหลไปทั่วทั้งร่าง เขารู้สึกว่าความเหนื่อยล้าที่ครอบงำเขาเมื่อสักครู่นี้คล้ายกับถูกกระแสความอบอุ่นสายนี้ขับไล่ไป ทั่วร่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังขับเคลื่อน...
“ใช่แล้ว ฉันจะแพ้ให้กับตัวเองได้ยังไง ถ้าเกิดยอมแพ้เองแล้ว ฉันจะมีคุณสมบัติอะไรมาพูดว่าจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตา อยากยืนอยู่ข้างกายกระต่ายอย่างผ่าเผย” หลี่หลานเฟิงดูถูกความอ่อนแอของตัวเองในใจ ดวงตาที่เดิมทีสับสนของเขาเปลี่ยนเป็นมั่นคงแน่วแน่ขึ้นมาโดยพลัน ความเร็วที่อืดอาดลงถูกเร่งให้สูงขึ้นอีกครั้ง ถึงขนาดที่เร็วมากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายแทบจะมองเห็นนิ้วมือไม่ชัด เห็นเพียงแค่เงาซ้อนกันเป็นชั้นๆ ราวกับดอกไม้แห่งเงานั้นเบ่งบานออกอย่างช้าๆ
หุ่นรบสองตัวที่เดิมทีต่อสู้อย่างเสมอกัน ทว่านับตั้ง