“หลี่หลานเฟิงไปกองพลที่ยี่สิบสามแน่นอน ฉันคุยกับเขาแล้ว” หลิงหลานตอบทันที “ส่วนหลี่ซื่ออวี๋ ขอเพียงยังจัดการภัยแฝงเร้นของฉีหลงไม่ได้ ต่อให้เขาไม่อยากไปก็ไม่มีทางเลือก”
คำพูดของหลิงหลานทำให้คนอื่นๆ อดสละน้ำตาเห็นใจให้หลี่ซื่ออวี๋ไม่ได้ หลี่ซื่ออวี๋ที่น่าสงสารจึงขายทั้งชีวิตให้หน่วยรบหลิงเทียนอย่างไร้ความผิดเช่นนี้เอง ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าอิสระอีกเลย
ฉีหลงที่หลบอยู่ด้านข้างแอบปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก ในใจก็สะกดจิตตัวเองว่า “ไม่ใช่เรื่องของฉัน ทั้งหมดนี้เป็นความคิดของลูกพี่…” เขายังจำตอนที่อาการกำเริบในเวลานั้นได้ เข็มฉีดยาที่ลูกพี่เคยฉีดให้เขาอย่างลับๆ นั้นย่อมต้องมีของที่น่าสงสัย
“ส่วนฉางซินหยวน ครั้งหน้าหาโอกาสถามดูก็ได้แล้ว ต่อให้ไม่ยอมก็ยังมีเวลาอีกหลายปี พอให้พวกเราลงมือล่อลวง” หลิงหลานลูบคาง นึกถึงอัจฉริยะด้านการดัดแปลงพัฒนาหุ่นรบคนนั้น อืม จะให้เขาหนีไปไม่ได้เป็นอันขาด
ล่อลวง? เมื่อหลิงหลานกล่าวคำพูดนี้ออกมา คนอื่นๆ ในบ้านพักต่างทำท่าแบบเดียวกัน นั่นก็คือเงยหน้ามองเพดาน แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น พวกเขาเป็นหน่วยรบที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ไม่ใช้แก๊งลักพาตัวอะไรแน่นอน…เอ่อ ถึงแม้ว่ามีสมาชิกไม่กี่คนที่ได้มาจากการหลอกล่อจริงๆ ก็ตาม แต่โดยรวมแล้วยังคงเป็นจำนวนน้อย ใช่ไหมล่ะ…ในใจทุกคนแก้ตัวให้ตนเอง เตือนตัวเองว่าจะถูกลูกพี่ตนชักนำไปในทางที่ผิดไม่ได้เด็ดขาด
ใกล้พลบค่ำแล้ว หลิงหลานเด