นฝัน!
ยังมีสิ่งใดต้องลังเลอีก?
หากกล่าวว่าก่อนหน้านี้เจินเหรินเจียงเป่ยทั้งหลายยังคงลังเลรีรอ บัดนี้สิ่งที่หลงเหลือก็มีแต่ความฮึกเหิมเต็มเปี่ยม
มิแสดงความจงรัก ก็เท่ากับไม่ซื่อสัตย์!
บุญคุณของนิกายศักดิ์สิทธิ์ ตอบแทนเท่าใดก็ไม่สิ้นสุด!
“ส่วนพวกเขา…” ลวี่หยางปรายตาไปยังสามนักโทษ ส่ายหัวเบา ๆ “ทั้งสามล้วนฝึกฝนจนมาถึงระดับนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย”
“นิกายศักดิ์สิทธิ์ของข้า ย่อมถนอมเชลยไว้เสมอ”
“เช่นนี้แล้ว หลังข้าสอบสวนเสร็จ ก็ให้อาหารแก่กระบี่อเวจีเสียเถิด ศพนำไปสร้างร่างมาร วิญญาณส่งไปสู่แดนลับเพื่อกลับชาติมาเกิดใหม่”
เจินเหรินอิ๋นซานขมวดคิ้วแน่น ได้แต่ถอนหายใจ
“ศิษย์น้องเจ้ายังคงเมตตาเกินไปนัก…”
ลวี่หยางยกมือปาดหน้าผาก ถอนใจเช่นกัน “เฮ้อ แก้ไม่หายเสียที”
ทั้งสองเจรจากันราวเรื่องปกติ แต่หานเซียงที่อยู่ข้าง ๆ กลับยิ่งฟังยิ่งหนาวเยือก อวี้ฉานก็เช่นกัน ดวงตากระตุกเบา ๆ
นี่หรือคือความเมตตา!?
นิยามแห่งความเมตตาของนิกายศักดิ์สิทธิ์…ไม่ผิดเพี้ยนไปหรือ?
หากแต่ในสายตาลวี่หยางและอิ๋นซานเจินเหริน ข้าปล่อยให้เจ้ากลับชาติมาเกิดใหม่แล้วนะ ยังไม่ถือว่าเมตตา แล้วจะให้เมตตาอย่างไรอีก?
แถมเมื่อตายแล้วกลับมาเกิดใหม่ อาจกลับมาถึงระดับวางรากฐานอีกก็เป็นได้
ถึงตอนนั้น กวาดรางวัลใหม่อีกครา!
จากนั้น ลวี่หยางก็นำตัวทั้งสามเข้าห้องลับ อัญเชิญเฉินซิ่นอันด้วยธงหมื่นวิญญาณ ร่ายเคล็ดแสงเร้นแปรรูปของมารดาฟ้าสร้างโลก