ซื่ออวี๋แข็งแกร่งกว่าคุณชายอิงเจี๋ยมาก” หลี่หลานเฟิงยิ้มพลางพูดแทรกทันใด ถึงแม้สีหน้านั้นดูจริงใจอย่างหาใดเปรียบ ราวกับกำลังอธิบายอะไรบางอย่างเพื่อหลี่ซื่ออวี๋ แต่หลิงหลานยังคงรู้สึกได้ถึงร่องรอยความไม่เข้ากันเลยอดขนลุกไปทั่วทั้งตัวไม่ได้
“ในเมื่อพวกเราเป็นคนทีมเดียวกัน ต่อไปก็เรียกฉันว่าซื่ออวี๋เถอะ” หลี่ซื่ออวี๋มองหลี่หลานเฟิงด้วยความซาบซึ้งใจ หลังจากนั้นก็เอ่ยกับหลี่หลานเฟิงอย่างจริงจัง ความจริงแล้วหลี่ซื่ออวี๋รู้สึกต่อต้านกับคำเรียกขานว่า ‘คุณชาย’ มากๆ เพียงแต่ตอนที่อยู่ในโรงเรียนทหารก่อนหน้านี้ เขาไม่สามารถปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาได้ ถึงอย่างไรนี่ก็เกี่ยวพันถึงเกียรติยศตำแหน่งเชื้อสายตรงของตระกูลหลี่ ทว่าในเมื่อตอนนี้กลายเป็นเพื่อนร่วมหน่วยรบ หลี่ซื่ออวี๋คิดว่าไม่ควรเรียกขานแบบนี้อีกต่อไป
หลี่หลานเฟิงได้ยินคำกล่าวก็ยิ้มขึ้นมา เขาผงกศีรษะกล่าวว่า “งั้นก็ได้ ซื่ออวี๋”
ตอนที่เอ่ยคำพูดนี้ หลิงหลานจับสังเกตได้อย่างเร็วไวว่าหลี่หลานเฟิงอารมณ์ดีมาก
เมื่อเห็นหลี่ซื่ออวี๋ขออาสาไปต่อสู้อย่างสุดใจโดยที่มีคำพูดของหลี่หลานเฟิงช่วยเหลือ พวกฉีหลงก็ยากจะเอ่ยปฏิเสธเหมือนกัน ดังนั้นเลยมองไปทางหลิงหลาน รอคอยการตัดสินใจสุดท้ายของลูกพี่ตน
หลิงหลานเห็นดังนั้นก็พยักหน้ากล่าวว่า “ในเมื่อรุ่นพี่ซื่ออวี๋มั่นใจ งั้นก็ตกลงตามนี้” สีหน้าของเธอพลันเคร่งขรึมขึ้นมา “ฉีหลง ลั่วล่าง เซี่ยอี๋ หานจี้จวิน หลินจงชิง