ิงที่ได้ยินคำพูดแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขานึกอะไรบางอย่างได้ สายตาที่มองไปทางหลิงหลานเปลี่ยนเป็นดำทะมึนและแน่วแน่มากยิ่งขึ้น
ทุกคนต่างเงียบไปไม่พูดไม่จา ถึงแม้หลี่ซื่ออวี๋จะหมกมุ่นอยู่กับการวิจัยแพทย์ทหาร แต่เขาที่เฉลียวฉลาดสุดขีดรู้ดีว่า ความจริงแล้วคำพูดประโยคนี้ของหลิงหลานเอ่ยกับเขาและฉางซินหยวน ดังนั้นเขาจึงตอบกลับอย่างเด็ดขาดว่า “ในเมื่อฉันตัดสินใจเข้าร่วมหน่วยรบหลิงเทียนแล้ว นั่นก็หมายความว่าฉันยินดีร่วมเป็นร่วมตายกับหน่วยรบหลิงเทียน ไม่ว่าตอนนี้หรือในอนาคตข้างหน้า”
คำพูดประโยคนี้ของหลี่ซื่ออวี๋สื่อได้สองความหมาย หลิงหลานเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ แววตาฉายความตื่นเต้นยินดีออกมาแวบหนึ่ง เนื่องจากความหมายอีกอย่างหนึ่งที่แฝงอยู่ในคำพูดของหลี่ซื่ออวี๋ก็คือ เขาก็จะเลือกแบบนี้ในชีวิตจริงเหมือนกัน
ฉางซินหยวนได้ยินคำพูดของหลี่ซื่ออวี๋ก็พยักหน้าทันที บ่งบอกว่าเขาเองก็คิดแบบนี้เช่นกัน คนที่ชอบวิจัยเครื่องจักรกลไม่มีความคิดอ้อมค้อม เขาเองก็ไม่รู้ความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของหลี่ซื่ออวี๋ แต่เขาคิดว่า ในเมื่อมาทำภารกิจนี้แล้ว เขาย่อมต้องทำจนถึงที่สุด นอกจากนี้เขาไม่ใช่คนที่ขลาดเขลาอีกด้วย ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถต่อต้านราชันสายฟ้าได้นานถึงสามปีหรอก
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็ออกปฏิบัติการกันเถอะ” หลิงหลานเห็นแบบนี้ก็หันตัวไปโดยไม่ลังเล ก้าวเข้าสู่ค่ำคืนอันมืดมิดหนักหน่วงเป็นคนแรก