“นายหมายความว่า ไม่ใช่ปัญหาใหญ่?” D1 ที่อยู่ท่ามกลางเงามืดจนไม่สามารถมองเห็นสีหน้าได้ชัดถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่บ่งบอกอารมณ์
“ก็ไม่ใช่เหมือนกัน เพราะว่าไม่มีปัญหาอะไรเลยถึงได้มีปัญหามาก…” มุมปากของ D9 เผยความเยาะหยัน “พวกเราแทรกซึมเข้ามา ไม่อาจคลายความระมัดระวังได้ ไม่มีใครรู้ว่า ออปติคัลคอมพิวเตอร์หลักของโลกหุ่นรบจะพบเจออะไรหรือเปล่า?”
“งั้นจะทำเป็นไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือนนี้เหรอ?” D1 ถามต่อ
“ไม่ได้เด็ดขาด อย่างน้อยที่สุดพวกเขาต้องส่งทีมช่วยเหลือเข้าไปตามปกติ ไม่อย่างนั้นออปติคัลคอมพิวเตอร์หลักของโลกหุ่นรบจะต้องสงสัยแน่นอน เรายังต้องการเวลาอยู่นิดหน่อย ถึงจะดำเนินแผนการ T ได้สำเร็จ” D9 เอ่ยคัดค้านอย่างตรงไปตรงมา “คลื่นพายุสนามแม่เหล็กรุนแรงขนาดนั้น จากรายงานที่เราได้รับมา โดยพื้นฐานแล้วกองยานรบบุกเบิกไม่มีโอกาสรอดชีวิตเลย…ต่อให้ถ้ามีผู้รอดชีวิต เอาพวกเขามาอยู่ในสายตาเราก็ทำให้เราวางใจได้มากขึ้น”
พอกล่าวถึงตรงนี้แล้ว D9 จึงเอ่ยด้วยความหยิ่งทระนงว่า “ฐานที่มั่นซวิ่นหลงถูกคนของเราวางตาข่ายดักอย่างแน่นหนาแล้ว ไม่มีคนสามารถทำการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ อะไรได้ในการเฝ้าจับตามองของพวกเรา ถ้าเกิดออปติคัลคอมพิวเตอร์หลักของโลกหุ่นรบอยากทำอะไรบางอย่าง ส่งใครมาจริงๆ ละก็ พวกเราสามารถพบได้ทันทีแน่นอน”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นก็ส่งทีมช่วยเหลือไปเถอะ ฉันก็ไม่อยากให้มีการก่อกวนมากขึ้นก่อนที่แผนการ