้เวลาอีกหลายวัน ดีที่เจ้ากระบี่เสวียนเถี่ยมีวรยุทธ์ลึกล้ำ กระบี่เร้นทะยานรวดเร็ว จึงสามารถกู้สถานการณ์ไว้ได้ทัน”
“เชิญท่านสหายด้านใน ข้าได้จัดเลี้ยงต้อนรับไว้แล้ว เพื่อขจัดฝุ่นธุลีให้พวกท่าน”
เจ้ากระบี่เสวียนเถี่ยเห็นดังนั้นก็หาได้เกรงใจ เดินตามจงซินเข้าไปในท้องพระโรง พร้อมกับเจินเหรินวางรากฐานทั้งหลาย บรรยากาศพลันครึกครื้นขึ้นมาในบัดดล
“คนที่พบนอกเมืองเมื่อครู่ คือหยวนถูหรือไม่?”
เจ้ากระบี่เสวียนเถี่ยขมวดคิ้วเอ่ยเสียงขรึม “หลังจากศิษย์น้องเสวียนจินกลับมา ก็กล่าวถึงคนผู้นี้อยู่หลายคำ ข้าดูแล้วดวงจิตแห่งกระบี่ของเขาสั่นไหว คิดว่าคงถูกคนผู้นั้นทำลายแน่”
“น่าเสียดายที่เขาถอยไปเสียก่อน มิได้ประมือกับข้า”
“หาไม่แล้ว ข้าย่อมใช้กระบี่ซ่างเสวียน ฟาดฟันเขาต่อหน้าค่ายกล ให้ศิษย์น้องเสวียนจินทราบข่าว กระบี่จิตที่สั่นไหวก็คงสงบลงได้บ้าง”
กล่าวมาถึงตรงนี้ เจ้ากระบี่เสวียนเถี่ยก็ถอนหายใจครั้งหนึ่ง สีหน้าเผยความเสียดาย
จากนั้นเขาก็พบว่า บรรยากาศงานเลี้ยงที่เมื่อครู่ยังครึกครื้น เวลานี้กลับเงียบเชียบลงตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ เหล่าผู้อาวุโสอย่างกุมารมากสมบัติจ้องมองเขานิ่งงัน
เกิดอะไรขึ้น?
“ท่านสหายอาจยังไม่ทราบ” เจินเหรินห้าธาตุถอนใจกล่าว “คนนอกเมืองเมื่อครู่มิใช่จอมมารตนนั้น เป็นเพียงคนร่วมทางกับมันเท่านั้น”
“พูดถึงจอมมารตนนั้น ข้าเคยสงสัยว่าเขาเป็นสายตรงของเจินจวินองค์ใดองค์หนึ่งมาฝึกเก็บประสบการณ์