าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้นะ” เสี่ยวซื่อเตรียมตัวปล่อยท่าไม้ตายออกมา
“โอ้?” หลิงหลานรู้สึกสนใจมากๆ ถ้าหากสามารถแก้ปัญหาเรื่องคุณสมบัติร่างกายของชีตาห์ได้จริงๆ ละก็ เธอไม่คิดจะทอดทิ้งชีตาห์อยู่แล้ว ถึงอย่างไรก็ยากจะมีเพื่อนที่รู้ใจกันแบบนี้สักคน หลิงหลานเห็นพวกฉีหลงเป็นลูกน้องเป็นลูกชายที่ต้องเลี้ยงดู แต่ชีตาห์กลับเป็นคนแรกที่ทำให้เธอมีความรู้สึกว่าเป็นเพื่อน ดังนั้นหลิงหลานเลยทะนุถนอมอย่างยิ่งยวดเช่นกัน
“ลูกพี่เธอลืมร่างกายของตัวเองไปแล้วเหรอว่าฟื้นฟูกลับมาได้ยังไง? ขอเพียงมียากระตุ้นยีนที่ผ่านการดัดแปลงของฉัน อีกฝ่ายก็สามารถดูดซับได้อย่างไม่มีขีดจำกัด บวกกับเคล็ดวิชาบำรุงร่างกายของเธอและทักษะการต่อสู้มือเปล่าของมิติการเรียนรู้ มีของสามอย่างนี้ครบก็สามารถแก้ไขปัญหาข้อนี้ได้ในเวลาสองสามปี” เสี่ยวซื่อเอ่ยเตือนหลิงหลาน เธอแก้ไขปัญหาที่แอบแฝงยังไง อีกฝ่ายก็สามารถแก้ไขได้แบบนั้น
“ฉันต้องพิจารณาดูก่อน” หลิงหลานมองเนี่ยนเทียนโหยวเหรินแวบหนึ่งก่อนจะหยุดหัวข้อสนทนานี้ เนื่องจากหุ่นรบทั้งหมดเริ่มหลุดออกจากบูสเตอร์ซีทแล้ว กำลังเดินเรียงแถวออกไปด้านนอกประตูยานโดยสาร ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลิงหลานไม่คิดจะตัดสินใจ นั่นก็คือเธออยากดูก่อนว่า ชีตาห์จะได้รับการยอมรับจากบรรดาเพื่อนๆ ของเธอหรือเปล่า ถ้าเกิดพวกเพื่อนๆ ยอมรับด้วยใจจริง เธอก็ยินดีช่วยเหลือชีตาห์ของเธอแก้ไขปัญหาข้อนี้
ทุกอย่างยังต้องดูผลงา