ด้อีก ต่อให้เขาไม่ค่อยชอบหัวหน้าทีมหลิงหลานคนนี้มากนัก
เวลานี้เองหลิงเทียนซ่วนผาน หรือก็คือหานจี้จวินคล้ายกับสัมผัสได้ว่าบรรยากาศอึดอัดอยู่บ้าง เขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาเอ่ยถามว่า “ลูกพี่ นายบอกว่ามีเด็กใหม่สามคนไม่ใช่เหรอ แล้วอีกคนล่ะ?”
หลิงหลานตอบว่า “ฉันบอกให้เขารีบมาแล้ว”
เพิ่งจะกล่าวจบก็เห็นหุ่นรบระดับสูงตัวหนึ่งบินมาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็หยุดลงตรงหน้าพวกเขาฉับพลัน ไม่ได้ปรากฏการไถลออกจากแรงเฉื่อยเลยสักก้าว การเคลื่อนไหวนี้ยืนยันว่าอีกฝ่ายควบคุมได้ร้ายกาจมากโดยสิ้นเชิง ทำให้พวกฉีหลงและลั่วล่างดวงตาเปล่งประกายขึ้นทันใด พวกเขาดูออกว่าการควบคุมของอีกฝ่ายอยู่ในระดับชั้นยอด โดยเฉพาะฉีหลงที่จิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโชนขึ้นมาในใจ อยากจะต่อสู้กับอีกฝ่ายสักรอบทันทีจริงๆ เพื่อดูว่าใครร้ายกาจกว่ากัน
ทุกคนในทีมเห็นข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นในหน้าจอหุ่นรบของตัวเองอย่างรวดเร็ว ‘เนี่ยนเทียนโหยวเหรินเข้าร่วมทีมหลิงเทียน’
“เนี่ยนเทียนโหยวเหริน สมาชิกอีกคนของหน่วยรบเรา เขาเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบ เป็นสมาชิกหน่วยต่อสู้” หลิงหลานเอ่ยปากแนะนำ ทุกคนต่างทักทายเนี่ยนเทียนโหยวเหรินอย่างคึกคัก มีเพียงหานจี้จวินที่ทักทายในขณะเดียวกันก็เลิกคิ้วน้อยๆ เพราะเขาสัมผัสได้ว่าตอนที่ลูกพี่ของเขาแนะนำเนี่ยนเทียนโหยวเหรินนั้น ถึงแม้น้ำเสียงจะสงบนิ่งเหมือนเก่า แต่เขายังคงฟังออกได้ถึงความแตกต่างอยู่บ้าง นี่ทำให้หานจี้จวินให้ควา