บรรดาอาจารย์กอบกุมรายงานการวิจัยเหล่านี้อย่างเงียบกริบไปพักหนึ่ง ผ่านไปเนิ่นนานถึงค่อยปรึกษากันอย่างละเอียด หลังจากที่หลี่ซื่ออวี๋พูดคุยกับพวกอาจารย์แล้วก็กัดฟันเดินมาที่เบื้องหน้าหลิงหลานและกล่าวขอโทษว่า “มีคนเคยใช้ยาของพวกเรามานับไม่ถ้วน พวกเขาไม่เคยเกิดเหตุการณ์เหมือนอย่างของฉีหลงเลย นี่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นปัญหาของคุณสมบัติร่างกายพิเศษ แต่ไม่ว่ายังไง นี่คือความผิดพลาดของพวกเรา ขอโทษด้วยนะ หลิงหลาน”
“ไม่จำเป็นต้องขอโทษ ฉันแค่อยากรู้ว่านี่จะมีผลต่ออนาคตของฉีหลงในภายหลังไหม?” สายตาเย็นเยียบของหลิงหลานมองตรงไปที่หลี่ซื่ออวี๋ราวกับกำลังเตือนหลี่ซื่ออวี๋ว่าอย่าคิดจะปล่อยผ่านไปเงียบๆ เด็ดขาด
“ฉันไม่รู้ เพราะว่านี่เป็นสถานการณ์พิเศษซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ดังนั้นฉันไม่รู้ว่าอนาคตของฉีหลงจะเกิดอาการที่เกี่ยวพันกันหรือเปล่า แต่ฉันแน่ใจได้ว่ายานี้ไม่มีทางสร้างความเสียถาวรอะไรให้กับร่างกายของฉีหลง ถึงขนาดที่กล่าวได้ว่า ต่อให้หลังจากนี้จะออกฤทธิ์ขึ้นอีก มันก็จะนำผลประโยชน์มาให้เท่านั้น ไม่ใช่ผลร้ายอย่างแน่นอน”
ความจริงแล้ว หลี่ซื่ออวี๋อยากพูดมากๆ ว่า ‘ไม่มีทาง นี่เป็นเพียงเหตุการณ์เหนือความคาดหมายเท่านั้น’ ทว่าตามความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ป่วยแล้ว หลี่ซื่ออวี๋ไม่สามารถกล่าวออกมาได้ เขาเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าสถานการณ์อย่างของฉีหลงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือว่าจ