ัดไป”
หานอวี้กับเว่ยจี้มีทางไปแล้วก็รีบบอกลาหลี่หลานเฟิง ส่วนจ้าวจวินคิดจะอยู่ต่ออีกสักพัก อ้างอิงจากคำพูดของเขาบอกว่า พวกหานอวี้กับเว่ยจี้ยุ่งกับการวางแผนจัดการเรื่องนี้ และเขารำคาญเรื่องนี้มากที่สุด ดังนั้นอย่ามาหาเขาเลย ขอเพียงพวกเขาปรึกษากันดีแล้วค่อยบอกเวลาและสถานที่ปฏิบัติการให้เขาฟังก็พอ
หานอวี้กับเว่ยจี้ก็ไม่อยากบังคับเขา รู้ว่าจ้าวจวิ้นเป็นชายอารมณ์หุนหันที่มีแต่กล้ามเนื้อไม่มีสมอง และพวกเขากลับไปหาพวกระดับสูงของกลุ่มหุ่นรบอู๋จี๋เพื้อปรึกษากันจริงๆ ว่าจะใช้โอกาสครั้งนี้ยังไงในการร่วมมือกับโดฮาโค่นล้มเทียนจีลงมาแล้วคว้าตำแหน่งกลุ่มอำนาจอันดับสอง ส่วนจ้าวจวิ้นกับหลี่หลานเฟิงเป็นผู้ร่วมงานที่มาจากภายนอก ไม่ค่อยเหมาะให้เข้าร่วมการประชุมกับพวกระดับสูงของอู๋จี๋จริงๆ
จ้าวจวิ้นส่งพวกเขาสองคนออกไปจากบ้านพักของหลี่หลานเฟิงแล้วกลับมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง มองหลี่หลานเฟิงด้วยความจริงจังอยู่หลายวินาทีถึงค่อยเอ่ยถามว่า “นายหวังดีขนาดนั้นจริงๆ เหรอ?” หลี่หลานเฟิงที่เป็นคนหน้าเนื้อใจเสือมาตลอด ชอบวางกับดักใส่คนอื่นในที่ลับ จ้าวจวินไม่เชื่อว่าคราวนี้เขาจะให้คำแนะนำที่ดีขนาดนี้ไปอย่างมีน้ำใจจริงๆ
หลี่หลายเฟิงบิดขี้เกียจอย่างเนือยๆ ทีหนึ่ง ทอดมองไปด้วยสายตาตำหนิและตอบกลับว่า “ฉันใจดีมากๆ มาตลอดนะ!” เขาไม่มีทางยอมรับอยู่แล้วว่าตัวเองเป็นคนหน้าเนื้อใจเสือ
“มาตลอด?” จ้าวจวิ้นแสยะปากอย่างพูดไม่