นและได้ยินในวันนี้จะหลุดรอดออกไปสักประโยคไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้น อย่าโทษที่พี่จะถลกหนังของนายล่ะ!”
รัศมีเย็นเยียบอำมหิตในดวงตาทั้งสองข้างของเฉียวถิงทำให้เฉียวหลินกลัวจนตัวสั่นระริก ผงกศีรษะติดต่อกันและกล่าวว่า “ไม่ทำ ไม่ทำ ผมไม่ทำแน่นอน!”
เฉียวหลินไม่กล้าไม่เชื่อฟัง เขารู้ดีว่าพี่ชายตัวเองเป็นคนใจดำอำมหิต สิ่งที่เขาพูดออกมาย่อมทำได้แน่นอน เขาไม่อยากถูกพี่ชายถลกหนังตัดเส้นเอ็นนะ
“แต่ว่าสองปีให้หลัง หัวหน้าจะเข้าสู่การฝึกงานของกองทัพ ถ้าเกิดกลุ่มนักเรียนใหม่มีผู้ควบคุมหุ่นรบที่มีพรสวรรค์หนึ่งหรือสองคนออกมาอีก เกรงว่าอัตราชนะการต่อสู้เดิมพันของพวกเราจะไม่สูงมากนัก” หลินจื้อตงพ่ายแพ้มาแล้วครั้งหนึ่งก็เปลี่ยนเป็นระมัดระวังสุดขีด เมื่อไม่มีเฉียวถิงรักษาการณ์ เขารู้สึกว่าตื่นตระหนกอยู่บ้าง
เฉียวหลินได้ยินคำกล่าวก็เอ่ยอย่างโมโหว่า “วางใจเถอะ สองปีให้หลังฉันจะต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของพี่ชายและนำพาเหลยถิงให้ก้าวหน้าได้แน่นอน” เฉียวหลินคิดมาตลอดว่าตัวเองคือหัวหน้ากลุ่มเหลยถิงคนถัดไป คำพูดของหลินจื้อตงยั่วโทสะของเขาอีกครั้ง ใช่แล้ว เขาเกลียดหลินจื้อตงขนาดนี้ก็เป็นเพราะว่าอีกฝ่ายดูถูกเขา คิดว่าเขาเป็นคนไม่เอาถ่าน แต่เห็นได้ชัดว่าความสามารถด้านหุ่นรบของเขาไม่เลวเอามากๆ สามารถเข้าสู่ห้าอันดับแรกในชั้นเรียนได้…เฉียวหลินไม่เคยคิดมาก่อนว่าห้องเรียนหุ่นรบของเขาไม่ใช่ห้องพิเศษ หากแต่เป็นห้องธรรมดา
“เ