สี่ยวหลิน หุบปากซะ!” เฉียวถิงที่อ่อนโยนกับน้องชายตัวเองอย่างหาใดเปรียบมาตลอดได้ยินคำพูดที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเช่นนี้ของเฉียวหลิน เขาก็ตวาดอย่างเดือดดาลทันที
เฉียวหลินได้ยินเฉียวถิงตวาดด้วยความโมโห เขาก็มองกลับไปด้วยสีหน้าดื้อรั้น ทว่าสองตากลับแดงขึ้นมา ในนั้นยังมีแววตาที่ดูเหมือนถูกทำร้าย
เฉียวหลินที่เป็นแบบนี้ทำให้เฉียวถิงได้แต่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างจนปัญญา “การควบคุมหุ่นรบไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่นายจินตนาการไว้ รอนายเลื่อนเป็นนักรบหุ่นรบชั้นกลางแล้ว ฉันจะพานายไปที่การต่อสู้แบบกลุ่มสักครั้ง ให้นายได้สัมผัสถึงระดับความยากในการควบคุมหุ่นรบ”
สาเหตุเป็นเพราะเขาที่ทำให้เฉียวหลินที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการควบคุมหุ่นรบมากเท่าไหร่ดึงดันสมัครสอบเข้าภาควิชาหุ่นรบของโรงเรียนทหารชายที่หนึ่งโดยไม่ฟังคำเตือนของที่บ้าน ถึงแม้ความสามารถของเขาสามารถเข้าได้แค่ห้องเรียนหุ่นรบทั่วไป อนาคตก็ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาได้อย่างเขา แต่เฉียวถิงรู้ว่า เฉียวหลินไม่ยอมแพ้เลย เขาพยายามหนักมาก เขาฝึกฝนการควบคุมหุ่นรบอย่างหนักในตอนที่ไม่มีใครรู้ พรสวรรค์ไม่พอ เฉียวหลินก็ยินดีใช้ความพยายามมาชดเชย นี่ทำให้เฉียวถิงเอ่ยคำพูดที่สาดน้ำเย็นใส่ไม่ออกเลย สุดท้ายก็ได้แต่เปลี่ยนเป็นทอดถอนใจ
หลินจื้อตงหลบไปยังด้านข้างอย่างชาญฉลาด แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเฉียวถิงและเฉียวหลินสองพี่น้องเลย หลังจากที่เฉียวถิงปลอบโยน