่ายด้วยเหมือนกัน เธอไม่อยากให้หลี่อิงเจี๋ยสูญเสียโอกาสในการรักษาครั้งนี้ไปจริงๆ “แน่นอนว่า คำขอของนายต้องเป็นเรื่องที่กลุ่มนักเรียนใหม่ของเราทำได้ด้วยนะ”
“กลุ่มนักเรียนใหม่?” หลี่ซื่ออวี๋ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา อย่างไรก็ตามเขาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มหยันอย่างรวดเร็วว่า “นายรับประกันได้หรือไงว่ากลุ่มนักเรียนใหม่จะคงอยู่ต่อไปได้”
หลิงหลานตอบกลับเรียบๆ ว่า “อย่างน้อยที่สุดก็ไม่มีอุปสรรคอะไรภายในสองปี นายสามารถเลือกให้พวกเราตอบแทนบุญคุณของนายได้ภายในสองปี แน่นอนว่าถ้าเกิดตอนที่นายยื่นคำขอไม่มีกลุ่มนักเรียนใหม่แล้ว คำมั่นสัญญาของฉันก็ยังดำรงอยู่ตลอดไป นายสามารถมาหาฉันได้” หลิงหลานคิดว่าจ่ายค่าตอบแทนพวกนี้ก็คุ้มค่าแล้วเพื่ออนาคตลูกน้องทั้งหลายของเธอ
หลี่ซื่ออวี๋เงียบไป เขากำลังคิดว่ามันคุ้มค่าแล้วหรือไม่ แต่ในตอนนี้เอง หลี่หลานเฟิงก็เอ่ยปากพูดว่า “คุณชายซื่ออวี๋ ฉันเชื่อว่าคุณชายมู่หลานก็เห็นด้วยที่ให้นายไปรักษาคุณชายอิงเจี๋ยกับพวกเพื่อนๆ ของเขา….”
หลี่หลานเฟิงถอนหายใจเบาๆ เฮือกหนึ่ง แววตาดูพร่ามัวอยู่บ้างราวกับว่าเอ่ยพึมพำกับตัวเอง และก็คล้ายกำลังกล่าวเตือนอะไรบางอย่าง “ควรรู้ว่านี่เป็นสิ่งที่คุณชายมู่หลานอิจฉามาตลอดเลย…”
หลี่ซื่ออวี๋ใจสั่นสะท้าน ฝืนข่มกลั้นความปวดร้าวที่โจมตีหัวใจ เขาตอบเสียงดังว่า “ได้ ฉันตกลง” เขากล่าวจบก็ยืนคำขอย้ายการรักษาอีกสองอันในอุปกรณ์สื่อสาร ผ่านไปหลายวินาที ข้อความอน