งหลี่ซื่ออวี๋ไว้พลางเขยิบเข้าไปที่ข้างหูเขาและเอ่ยเบาๆ ว่า “ฉันรู้เรื่องเกี่ยวกับกฎระเบียบและขั้นตอนด้านการโยกย้ายการรักษาไม่น้อยไปกว่านายเลย…”
หลี่ซื่ออวี๋หน้าเปลี่ยนสี แต่ยังไม่ทันที่จะพูดออกมา หลิงหลานก็กลับไปยังตำแหน่งเดิมในชั่วพริบตา ราวกับว่าเธอไม่เคยขยับมาก่อนเลยก็ไม่ปาน ฉากนี้ทำให้คนที่อยู่ในศูนย์รักษาตะลึงงัน และก็ทำให้แววตาของหลี่หลานเฟิงที่อยู่ข้างกายหลี่ซื่ออวี๋จริงจังขึ้นมา
“หลี่อิงเจี๋ย นายยินดีตามฉันไปไหม?”หลี่ซื่ออวี๋กลับมาเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว เขาหันหน้าไปถามหลี่อิงเจี๋ย เวลานี้กุญแจสำคัญที่สุดก็คือคำตอบของหลี่อิงเจี๋ย ถ้าหากหลี่อิงเจี๋ยตกลง ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา
หลี่อิงเจี๋ยตัดสินใจมานานแล้ว เมื่อเขาได้ยินคำถามของหลี่ซื่ออวี๋ก็ตอบโดยที่ไม่ใคร่ครวญเลยว่า “ฉันเชื่อฟังลูกพี่หลาน”
“นายลืมไปแล้วหรือไงว่านายเป็นลูกหลานของตระกูลหลี่นะ?” คำตอบของหลี่อิงเจี๋ยทำให้หลี่ซื่ออวี๋เดือดดาลอีกครั้ง ไอ้เด็กอวดดีน่ารำคาญคนนั้นทำตัวนอบน้อมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
“ไม่ เขายังคงเป็นลูกหลานตระกูลหลี่ของพวกนาย แต่ขณะเดียวกันเขาก็เป็นสมาชิกกลุ่มของฉัน” หลิงหลานเอ่ยปากขัดทันทีว่า “นายรู้ดีว่า ฉันมีอำนาจตัดสินเรื่องทุกอย่างของเขา”
“นาย…” หลี่ซื่ออวี๋พูดไม่ออกทันที เนื่องจากที่หลิงหลานพูดมานั้นถูกต้อง เมื่อนักเรียนเข้าร่วมกลุ่ม นั่นก็หมายความว่าเขาไม่ได้เป็นตัวแทนของคนๆ เดียว หากแต่เป็นตั