ถึงแม้ว่าพันเอกถังอวี้ประกาศว่าการประลองเริ่มต้นขึ้นแล้ว ทว่าหลิงหลานกับฮั่วเจิ้นอวี่ต่างไม่ขยับเขยื้อนเหมือนกับไม่ได้ยินเลย
ท่าทีของหลิงหลานดูเคร่งขรึมเย็นชา สองมือไพล่หลังยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของเวทีประลองอย่างเยือกเย็น ส่วนฮั่วเจิ้นอวี่ก็หลุบตาลงต่ำ ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เหมือนกับไม่สนใจว่าคู่ต่อสู้ของตัวเองเป็นใคร ราวกับว่าเหตุการณ์เผชิญหน้ากันของทั้งสองคนที่เกิดขึ้นตอนการประลองรอบที่สามไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย…
คนหนึ่งขรึมเย็นชา คนหนึ่งก็สงบนิ่งเช่นนี้เอง ทั้งคู่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ให้เวลาไหลไปทีละนิด ผ่านไปหนึ่งนาที ผ่านไปสองนาที และก็ผ่านไปสามนาที…ภายในหอต่อสู้เกิดเสียงเอะอะดังขึ้นบ้างตามเวลาที่ไหลผ่านไป โดยเฉพาะนักเรียนเก่าบางคนที่รู้สึกตื่นตกใจที่ฮั่วเจิ้นอวี่ไม่เลือกโจมตีหลังจากเวลาผ่านไปนานขนาดนี้
พวกเขาคิดว่า ฮั่วเจิ้นอวี่ที่เป็นอันดับหนึ่งด้านการต่อสู้ของโรงเรียนทหารย่อมจัดการคู่ต่อสู้ได้สบายๆ อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่เข้าใจอย่างยิ่งยวดที่ฮั่วเจิ้นอวี่รอคอยเป็นเวลานานแบบนี้
พวกเขาไม่รู้เลยว่า ไม่ใช่ฮั่วเจิ้นอวี่ไม่อยากลงมือ หากแต่ฮั่วเจิ้นอวี่ไม่มีโอกาสลงมือเลย ฮั่วเจิ้นอวี่หาช่องโหว่ของฝ่ายตรงข้ามมาตลอดในช่วงเวลาสามนาทีนี้ แต่ไม่ว่าเขาจะหายังไง ก็ไม่เจอโอกาสที่เขาคิดว่าลงมือได้เลย ต่อให้มีโอกาสรางเลือนไม่กี่อันก็ถูกตัวฮั่วเจิ้นอวี่ปฏิเสธเอง เนื่องจากเขารู้สึกว่าตรงน