พออู่จย่งกับฉางเล่อขึ้นไปบนเวที แต่ละคนก็ตั้งท่าป้องกันขึ้นมา อู่จย่งแบกรับแรงกดดันอันหนักหน่วงว่าต้องเอาชนะให้ได้ไว้บนบ่า ส่วนฉางเล่อก็หวังว่าการเดิมพันครั้งนี้จะสิ้นสุดลงในมือเขา กลายเป็นคนที่สร้างอันผลงานยิ่งใหญ่ของเหลยถิง
เมื่อเทียบกับหลินจื้อตงและลูกพี่ฮั่วที่ไม่แน่ใจแล้ว ฉางเล่อมีความมั่นใจในตัวเองมาก เขาบรรลุถึงขั้นกลางของระดับพลังปราณช่วงต้นแล้ว เขาคิดว่าอย่างมากอู่จย่งก็อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับนักเรียนใหม่สองคนแรก เพิ่งจะเข้าสู่ขั้นต้นของระดับพลังปราณช่วงแรก เขายังไม่เชื่อว่านักเรียนใหม่ปีนี้จะแข็งแกร่งกว่าเขา ฉีหลงที่ขึ้นประลองเป็นคนที่สามน่าจะเป็นปีศาจอัจฉริยะในคำเล่าลือ
เวลานี้ฉางเล่อมองข้ามตัวตนของหลิงหลานไปแล้ว เขาคิดว่าการที่หลิงหลานทำร้ายเนี่ยเฟิงหมิงจนบาดเจ็บสาหัสได้ในกระบวนท่าเดียว นั่นเป็นเพราะเนี่ยเฟิงหมิงกับฉีหลงต่อสู้กันจนบาดเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีความสามารถในการต้านทานแล้ว จำเป็นต้องพูดว่าเมื่อขอบเขตความสามารถแตกต่างกันมากเกินไป ก็จะไม่สามารถมองเห็นข้อเท็จจริงได้ ฉางเล่อในตอนนี้ก็เป็นเช่นนี้เอง
ฉางเล่อเห็นอู่จย่งมาถึงก็ตั้งท่าป้องกันของวิชาต่อสู้ที่ทหารระดับสูงใช้ เขายินดีขึ้นมาทันใด
ในโรงเรียนทหารมีกระบวนท่าต่อสู้ล้ำเลิศอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นก็เป็นวิชาต่อสู้ชั้นยอดที่ใช้กันในกองทัพ เมื่อฉางเล่อเลื่อนขั้นสู่ระดับพลังปราณ ทักษะต่อสู้มือเปล่าที่เขาเลือกใ