ึงจำต้องหยุดการโจมตี เขากระโดดออกห่างจากฉีหลงฉับพลัน เดิมทีเขาคิดว่าฉีหลงจะบุกตามมา แต่ไม่นึกเลยว่าฉีหลงจะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นโดยที่ไม่ขยับเขยื้อนสักนิดเดียวเช่นกัน ฉีหลงเพียงเบิกตาโตแสยะยิ้ม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนเลือดดูประหลาดและแข็งทื่ออยู่บ้าง
เนี่ยเฟิงหมิงเช็ดคราบเลือดตรงมุมปากทันทีพลางมองเด็กหนุ่มที่เอาชนะไม่ได้ตรงหน้า ต่อให้เขาเยือกเย็นเอาจริงเอาจังอีกแค่ไหน เวลานี้หัวใจก็อดร้อนรนขึ้นมาไม่ได้เช่นกัน เขาอยากจะต่อยเด็กหนุ่มที่น่ารังเกียจตรงหน้านี้ให้ล้มลงกับพื้นได้ในหมัดเดียว จบสิ้นการประลองที่พัวพันนี้
“เฟิงหมิง อดทนหน่อย!” ตอนนี้เอง เนี่ยเฟิงหมิงได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลังตัวเอง เขาหันหน้ากลับไปมองก็เห็นลูกพี่ฮั่วมาถึงด้านข้างเวทีประลอง กำลังเตือนเขาเสียงเบา
การใช้คำพูดเตือนอะไรระหว่างการแข่งขันอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ขอเพียงคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประลองไม่ขึ้นไปบนเวที ดังนั้นการที่หลิงหลานเตือนหลี่อิงเจี๋ย ลูกพี่ฮั่วเตือนเนี่ยเฟิงหมิงต่างเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ ทั้งสองฝ่ายไม่อาจเห็นค้านได้
เนี่ยเฟิงหมิงพยักหน้าให้ลูกพี่ฮั่ว หัวใจที่เดิมทีร้อนรนเล็กน้อยเริ่มสงบลง เขาหันหน้าไปจ้องมองฉีหลงที่ไม่ขยับเขยื้อนสักนิดเดียวอีกครั้ง เหมือนกับที่ลูกพี่ฮั่วพูดไว้เลย ฉีหลงในตอนนี้ไม่ใช่ฉีหลงที่เริ่มต้นการประลองคนนั้น ต่อให้ดูเหมือนพิการไปครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าอ