ี่ก็ต้องดูว่าฉีหลงจะทะลวงขีดจำกัดของตัวเองบนเวทีประลองได้หรือเปล่า โอกาสที่ผู้อ่อนแอเอาชนะผู้แข็งแกร่งอยู่ที่การทะลวงขีดจำกัดตัวเองในระหว่างการประลอง และฉีหลงมีความเป็นไปได้นี้จริงๆ
หลิงหลานอดนึกถึงการสอบเข้าสถาบันศูนย์กลางลูกเสือตอนที่พวกเขาอายุหกขวบไม่ได้ ตอนนั้นท่วงท่าการต่อสู้ของฉีหลงยังคงไม่ประสีประสาสุดขีด ทว่าเขากลับทะลวงขีดจำกัดตัวเองได้อย่างเหนือความคาดหมาย…บางทีเธออาจจะคาดหวังได้
ทั้งสองฝ่ายด้านล่างเวทีสับสนตึงเครียด ส่วนสองคนบนเวทีประลองกลับจดจ่อในการต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆ รูปแบบการต่อสู้ของฉีหลงก็คือโจมตี จู่โจมตลอด ไม่มีการหยุดพักป้องกัน เป็นคนที่ยิ่งต่อสู้ยิ่งบ้าคลั่ง ยิ่งแรงกดดันเยอะ ก็ยิ่งสะท้อนกลับมากขึ้น อ้างอิงจากคำพูดของหลิงหลานก็คือเขาเป็นแมลงสาบที่ตีไม่ตาย ดังนั้น ถึงแม้เนี่ยเฟิงหมิงจะยึดความได้เปรียบในสถานการณ์บนสนามประลอง ทว่านอกเสียจากคนที่มีขอบเขตความสามารถสูงอย่างยิ่งยวดเหมือนหลิงหลานที่สามารถมองการบุกจู่โจมได้ทะลุปรุโปร่งในแวบเดียวแล้ว คนอื่นๆ เห็นแล้วกลับรู้สึกมืดแปดด้าน ต่อให้เหลยถิงมั่นใจในตัวเนี่ยเฟิงหมิงอย่างมาก เวลานี้ก็อดว้าวุ่นใจไม่ได้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” หลินจื้อตงทำหน้าร้อนใจ “ลูกพี่ฮั่ว คุณบอกว่ารุ่นพี่เฟิงหมิงจะควบคุมสถานการณ์ได้ไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมตอนนี้ถึงไม่มีสัญญาณบ่งบอกเลยสักนิดล่ะ?”
ลูกพี่ฮั่วขมวดคิ้วมุ่น ตอบกลับว่า “ไม่ต้องร้อนใจ ดูต่อ