บทที่ 209 ยังคงเป็นการรังแกผู้อ่อนแอที่น่าสนใจกว่า
ในห้วงเวลานั้นเอง เมื่อสายตาของต้วนเต๋อจ้องสบกับดวงเนตรยิ้มระเรื่อของลวี่หยาง ความรู้สึกถึงภัยร้ายแรงก็ปะทุขึ้นอย่างฉับพลัน คล้ายกับว่าเขาได้เห็นจุดจบของตนล่วงหน้า
ทว่าอารมณ์แรกที่เขารู้สึกกลับมิใช่ความหวาดหวั่น
หากเป็น…ความเย้ยหยัน
‘แค่เจ้า คิดจะฆ่าข้า?’
เจินเหรินระดับรวมโอสถขั้นกลาง ไหนเลยจะฆ่ากันได้ง่ายดายนัก ยิ่งโดยเฉพาะตน ต้วนเต๋อผู้แม้จะถือกำเนิดจากนิกายเล็ก แต่ก็นับเป็นเจินเหรินผู้มีสายสืบทอดแท้จริง
จอมยุทธ์เร่ร่อนทั่วไป ไร้รากเหง้าแท้จริง หากได้เคล็ดวิชาเพียงเล็กน้อยก็ทุ่มเทฝึกฝนอย่างมืดบอด มิใส่ใจช่องโหว่ ส่งผลให้ “วิชาเทพประจำตน” กับ “วิชาสืบสายเลือด” ที่ฝึกสำเร็จนั้นเจนจัดเพียงด้านเดียว แข็งกล้าเป็นแน่ แต่กลับเปิดช่องทางให้ศัตรูโจมตีได้ง่าย หากถูกจับจุดได้ก็อาจถึงคราต้องสูญสิ้นทั้งวิญญาณและหนทางแห่งเต๋า
แบบอย่างชัดเจนก็คือ “อู๋ซาง”
แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือเมื่อรวมโอสถลงรากแล้วก็ไร้ทางหวนกลับ เส้นทางแห่งเต๋าถูกกำหนดแต่ต้น ไม่อาจแปรเปลี่ยนได้ จึงมีแต่ต้องฝืนตนเดินต่อไป ดังนั้นจอมยุทธ์เร่ร่อนส่วนมากล้วนเฉิดฉายเพียงชั่วครู่ หาอาจเทียบเท่านิกายใหญ่สำนักดังไม่
ท้ายที่สุด…ผู้ใดเล่าจะได้เริ่มต้นใหม่?
แต่เมื่อนำมาเทียบกับต้วนเต๋อถงจื่อแล้ว กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง
เขาคือสายตรงแห่งผาหมื่นสมบัติ ก้าวขึ้นถึงตำแหน่งจ้าวนิกายโดยอาศัยลำ