มรับคำขอของฉัน…” หลี่อิงเจี๋ยไม่มีทางลืมว่า ตอนนั้นแววตาของหลิงหลานทอดมองไปที่ตัวฉีหลง แต่สุดท้ายก็ยังรับปากเขา นี่ไม่ใช่การทำแบบขอไปที หากแต่เป็นความเชื่อใจจริงๆ ว่าเขาสามารถประลองรอบนี้ได้ดี
‘ไม่ ฉันจะให้เขาดูถูกฉันไม่ได้เด็ดขาด!’ หลี่อิงเจี๋ยตัวสั่นเทาไม่หยุด เสียงในใจร่ำร้องอย่างบ้าคลั่ง ‘ใช่แล้ว ฉันหยิ่งทระนงมาก ตอนแรกฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ต่อให้เป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าฉัน ฉันก็กล้าต่อสู้…ยอมแพ้? คำนี้โผล่ขึ้นในปากฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? นั่นไม่ใช่ฉันแน่นอน’
หลี่อิงเจี๋ยหันหน้าไปทันที มือขวาที่เดิมทีชูขึ้นเล็กน้อยพลันเปลี่ยนทิศทาง วางลงพื้นก่อนจะประคองตัวให้ได้มากที่สุด เขาลุกขึ้นมาช้าๆ ถึงแม้ว่าจะเจ็บอย่างยิ่งยวด แต่ใบหน้าของหลี่อิงเจี๋ยในตอนนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย ราวกับว่าบาดแผลบนตัวเขาไม่มีอยู่
หลิงหลานเห็นเงาหลังของหลี่อิงเจี๋ยที่ตั้งตรงขึ้นมาก็หันกลับไปด้วยความพึงพอใจ แล้วเดินกลับไปยังที่นั่งตัวเอง เธอเชื่อว่า คราวนี้หลี่อิงเจี๋ยน่าจะไม่เหมือนเดิมแล้ว
หลี่อิงเจี๋ยยืนตรง เอ่ยกับพันเอกถังอวี้ที่รอเขาตอบอยู่ว่า “ผมจะประลองต่อครับ!”
แววตาของพันเอกถังอวี้ฉายแววชื่นชมออกมาแวบหนึ่ง เขาพยักหน้ากล่าวว่า “ดี ทำการประลองต่อได้!”
ซ่งเหลียนลู่ลอบร้องชิขึ้นมา ถ้าหากไม่ใช่เพราะพันเอกถังอวี้ขัดขวางไว้ เมื่อสักครู่นี้เขาก็สามารถฉวยโอกาสซัดคู่ต่อสู้จนไม่มีความสามารถตอบโต้ได้กลับได้แล้ว ท