ี่เธอเลือกว่าอยากส่งออกไป
เสี่ยวซื่อสร้างความปราดเปรื่องของตัวเองได้ในที่สุด ทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงความกังวลของหลิงหลาน ก็รีบเอ่ยอย่างดูถูกฉับพลันว่า “มีฉันอยู่ ยังต้องให้เธอกรอกเองเหรอ? เธอแค่คิดชื่อใครในสมอง ฉันก็สามารถส่งชื่อเข้าไปได้ในเวลาเดียวกัน…” ทำไมลูกพี่ของเขาต้องกังวลเรื่องง่ายดายขนาดนี้ด้วย นี่ดูถูกความสามารถของเขามากเกินไปหรือเปล่า? เสี่ยวซื่ออดเบ้ปากไม่ได้ ประท้วงที่หลิงหลานไม่เชื่อถือเขา
หลิงหลานเห็นท่าทีของเสี่ยวซื่อกลับรู้สึกวางใจขึ้นมา เธอนวดแก้มของเสี่ยวซื่อในห้วงจิตใจอย่างอารมณ์ดียิ่ง เอ่ยด้วยเสียงหัวเราะดังลั่นว่า “ดี เสี่ยวซื่อ ฉันมอบเรื่องนี้ให้นายจัดการ” มีเพียงตอนที่หลิงหลานอยู่ในห้วงจิตใจเท่านั้น เธอถึงหัวเราะเสียงดังได้อย่างไร้กังวล รอยยิ้มนั้นทำให้เสี่ยวซื่อหวั่นไหวอีกครั้ง แงๆๆ ทำไมรอยยิ้มของลูกพี่ถึงเพิ่มเสน่ห์มากขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดอีกแล้วล่ะ?
เสี่ยวซื่อคิดถึงตรงนี้ก็แน่ใจอีกครั้งว่า ลูกพี่ทำหน้าเย็นชายังจะปลอดภัยกว่า ไม่อย่างนั้นต่อให้เขาเป็นเทพในโลกเสมือนจริงก็ถูกลูกพี่ทำให้กลายเป็นแป้งเปียกแล้ว…เสี่ยวซื่อพลันนึกได้ว่า ดูเหมือนภูมิต้านทานของเขาที่มีต่อรอยยิ้มของคุณพ่อหลิงเซียวก็แย่มากเหมือนกัน หรือว่ารอยยิ้มคือจุดอ่อนถึงตายของเขา?
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เสี่ยวซื่อพลันรู้สึกถึงวิกฤติจู่โจมเข้ามาที่หัวใจ เนื่องจากเขาจำได้มั่นว่าสิ่งมีชีวิตทางปัญญาไม่อาจมี