ชายหน้าเด็กมองนิ้วมือของหลี่ซื่ออวี๋อย่างระมัดระวัง เมื่อพบว่าไม่มีบาดแผลก็ค่อยโล่งใจทันที ถ้าหากมือของหลี่ซื่ออวี๋เสียหายสักเล็กน้อยละก็ เขาจะต้องถูกบรรดาพันเอกที่เป็นอาจารย์แพทย์ทหารคณะแพทยศาสตร์ตัดแขนตัดขาทิ้ง หลังจากนั้นก็กลายเป็นตัวอย่างให้คณะแพทย์ทำการวิจัยแน่นอน
ควรทราบไว้ว่าหลี่ซื่ออวี๋คือสมบัติในใจอาจารย์ภาควิชาวิจัยการแพทย์ทหารทั้งหมด อาจารย์ทุกคนต่างอยากรับหลี่ซื่ออวี๋เป็นลูกศิษย์สืบทอดแท้จริงของตัวเอง ถึงขนาดที่เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่อีกด้วย สุดท้ายพลตรีฉีหัวหน้าภาควิชาวิจัยการแพทย์ทหารทนมองไม่ไหว ออกหน้าประกาศให้หลี่ซื่ออวี๋กลายเป็นลูกศิษย์ของพวกอาจารย์ร่วมกัน ถึงค่อยทำให้การทะเลาะกันในครั้งนั้นสงบลงได้ นี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่หลี่ซื่ออวี๋มีความสามารถโดดเด่นเหนือใครเช่นนี้ในภาควิชาของเขา
หลี่ซื่ออวี๋เห็นเพื่อนสนิททำหน้ากังวล ในใจก็รู้สึกตื้นตัน เขาเก็บมือกลับมาและเอ่ยด้วยความกระอักกระอ่วนว่า “อวิ๋นซิว ฉันไม่เป็นไร!”
“ไม่เป็นไรก็ดี เมื่อตะกี้นายเป็นไรถึงได้โมโหขนาดนี้?” อวิ๋นซิวเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่าอะไรสะเทือนใจหลี่ซื่อวี๋กันแน่?
หลี่ซื่ออวี๋มองไปทางอวิ๋นซิว เอ่ยพลางถอนหายใจเบาๆ “นายยังจำตอนต่อสู้ประจัญบานในปีนั้นที่ฉันไม่ได้อยู่ในสถาบันได้หรือเปล่า?”
อวิ๋นซิวนึกออกแล้วก็ผงกศีรษะกล่าวว่า “ใช่แล้ว ตอนนั้นฉันยังเสียดายที่นายพลาดการต่อสู้ประจัญบานครั้งนั้นอยู่เลย ไม่อย่า